ประโยชน์ของมะเขือเทศ สร้างภูมิคุ้มกันโรค

ประโยชน์ของมะเขือเทศ สร้างภูมิคุ้มกันโรค ร้อน ๆ แบบนี้ ต้องระวังตัวกันหน่อยทั้งกายและใจ เดี๋ยวโรคภัยไข้เจ็บจะถามหาเอาง่าย ๆ กินดี มีเครื่อง ดื่มเพื่อสุขภาพช่วย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ไม่ให้ล้มป่วยได้ง่าย มาอัพเดท ส่วนผสมหลัก

มะเขือเทศ 2 ถ้วย
ขึ้นฉ่าย 1 ถ้วย
ขิง 1 แง่งเล็ก
กระเทียม 3-4 กลีบ
ฮอร์สแรดิช 1/4 ถ้วย
แครอต 1 ถ้วย
ปรุงน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ ด้วยการฝานมะเขือเทศเป็นแว่นบาง ๆ ขิงและกระเทียมบุบพอแตก ซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ หั่น ผักชีฝรั่งและฮอร์สแรดิชหยาบ ๆ แครอตขูดเป็นเส้นเล็ก ๆ นำส่วนผสมทั้งหมดไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เติมน้ำแข็งป่นเพื่อเพิ่มความสดชื่น ดื่มได้ทันที

อิ่มอร่อยกันแล้ว มารู้ประโยชน์กันสักนิด มะเขือเทศ เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร ขึ้นฉ่าย ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ขิง ช่วยขับเหงื่อ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ กระเทียม เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง แครอต มีซัลเฟอร์และคลอรีนที่จำเป็นต่อการทำความสะอาดเนื้อเยื่อ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียลิสทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ และ ฮอร์สแรดิช พืชตระกูลผักกาดหัว มีต้นกำเนิดจากป่าในยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันตก สรรพคุณทางยา ใช้ขับเสมหะ บรรเทาภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ แก้ปัญหาโรคทางเดินหายใจ ไซนัส แก้ไข้ ขับปัสสาวะ ช่วยแก้โรคที่เกิดกับกระเพาะปัสสาวะ และขับระดู
อร่อยแล้วสุขภาพดี เครื่องดื่มนี้ท้าให้ลอง
takecaredd@gmail.com

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

มะม่วงสุก-เสาวรส เพื่อผิวกระจ่างใส

มะม่วงสุก-เสาวรส เพื่อผิวกระจ่างใส สูตรเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ รสชาติเย็นช่วยคลายร้อน ทั้งยังมีสรรพคุณล้างพิษ ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ก็เพราะได้สารอาหารจาก มะม่วง ผลไม้แห่งฤดูกาลนี้ อากาศร้อนอบอ้าวอย่างนี้ กินดี เตรียมสูตรเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ รสชาติเย็นช่วยคลายร้อน ทั้งยังมีสรรพคุณล้างพิษ ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ก็เพราะได้สารอาหารจาก มะม่วง ผลไม้แห่งฤดูกาลนี้ ยิ่งเลือกรับประทานผลที่สุก อร่อยยิ่งอย่าบอกใคร ในมะม่วงอุดมไปด้วยวิตามินบี 3 แมกนีเซียม โพแทสเซียม ทองแดง และเบตาแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี

ส่วนผสมร่วมเติมสุขภาพให้ผิวยังมี เสาวรส อัดแน่นด้วยวิตามินซี และสารอาหารที่ใกล้เคียงกับมะม่วง อย่าง เบตาแคโรทีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี 3

อีกอย่าง คือ แอปเปิ้ล ช่วยล้างพิษ และลดความตึงเครียด เพราะมีโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 โดยในสูตรนี้เลือกใช้แอปเปิ้ลแดง

สำหรับส่วนผสมที่ต้องเตรียม ประกอบด้วย...

แพชันฟรุต (เสาวรส) 1 ถ้วย
มะม่วงสุก 1 ถ้วย
แอปเปิ้ลแดง 2 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

ขั้นตอนการผสม เริ่มจากคว้านเอาแต่เนื้อและเมล็ดของแพชันฟรุตออกมาแล้วสับพอหยาบ ปอกเปลือกมะม่วงหั่นเป็นชิ้นขนาดพอประมาณ ต่อด้วยการหั่นแอปเปิ้ลพร้อมเปลือกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าโดยไม่ต้องคว้านเอาแกนออก นำผลไม้ทั้ง 3 ชนิดไปสกัดด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เทใส่แก้วเติมน้ำแข็งป่นเพิ่มความเย็นสดชื่น ดื่มได้ทันที.
takecareDD@gmail.com

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ตำรับน้ำขับของเสีย

ตำรับน้ำขับของเสีย ในแต่ละวัน เราคงไม่ทราบได้ว่า อาหารหรือเครื่องดื่มที่รับประทานเข้าไปถูกระบบในร่างกายย่อย ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และขับถ่ายของเสียที่ร่างกายไม่ประสงค์ได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่



ดังนั้น คุณผู้อ่านควรมอบหน้าที่ในการขับของเสีย เพื่อทำความสะอาดร่างกายให้กับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของลูกแพร์ และวอเตอร์เครส

สำหรับลูกแพร์ อุดมไปด้วยวิตามินซี ไนอาซิน แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และกรดโฟลิก ทั้งยังจัดเป็นหนึ่งในอาหารเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สามารถทำความสะอาดไส้ตรง รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดคอเลสเตอรอล ล้างของเสียที่สะสมอยู่ในไต แถมยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยเพ็กติน ช่วยขับโลหะหนักออกสู่ร่างกาย

ส่วน วอเตอร์เครส มีรสเผ็ดร้อนคล้ายพริก แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าจากวิตามินซี เหล็ก กำมะถัน คลอโรฟีลล์ เบต้าแคโรทีน ไบโอติน แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และไฟโตเคมิคอล ไอโซไทโอไซยาเนต ซึ่งทั้งหมดช่วยทำลายสารก่อมะเร็ง ดีต่อลำไส้ใหญ่และระบบทางเดินอาหาร ล้างพิษจากตับและไต ฟอกเลือด ล้างของเสียออกจากร่างกาย ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย


ส่วนผสมที่ต้องเตรียมตามส่วนในสูตร ประกอบด้วย...

ลูกแพร์ (สุกงอมเต็มที่) 1 ถ้วย
วอเตอร์เครส 1/2 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

ขั้นตอนในการผสมเครื่องดื่ม เริ่มจากหั่นลูกแพร์เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วหั่นวอเตอร์เครสพอหยาบ นำไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เทใส่แก้วเติมน้ำแข็งเพิ่มความเย็น ดื่มได้ทันที.

takecareDD@gmail.com


ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

5 วิธี ที่ช่วยลดอาการปวดฟัน

5 วิธี ที่ช่วยลดอาการปวดฟัน
บางครั้งอาการปวดฟัน ทำให้เราหงุดหงิดอารมณ์เสีย หรือบางทีปวดจนหูตาลาย พาลให้ปวดหัวคิดอะไรไม่ค่อยออก!
เรื่อง พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

ในบางสถานการณ์เราไม่สามารถพบทันตแพทย์ได้ทันท่วงที อาจจะต้องทนทุกข์ทรมาน จากการปวดฟันอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ทำไมต้องปวดฟัน ?
โดยปกติแล้วอาการปวดฟันจะมีปัญหาพื้นๆ มาจากฟันผุเสียส่วนใหญ่ หากว่ารูผุนั้นไม่ลึกมากก็จะมีอาการเสียวฟัน แต่ถ้ารูผุใกล้โพรงประสาทฟันหรือทะลุโพรงประสาทฟัน ก็จะเริ่มมีอาการปวดบ่อยๆ ปวดเป็นบางที จนถึงปวดมาก ปวดตลอดเวลา บางครั้งยาแก้ปวดไม่สามารถช่วยได้

ฟันเป็นหนองปลายราก
เมื่อฟันผุมากไม่รับการรักษาทำให้เชื้อ Bacteria สามารถเข้าไปจนเกิดหนองปลายรากฟัน หนองที่มีมากก็เกิดแรงดัน ทำให้ปวดปลายรากอย่างรุนแรง มีอะไรมากระทบฟันก็ปวด

ฟันเป็นโรคเหงือกอักเสบ
มีการละลายตัวของกระดูกรอบๆ รากฟันเป็นที่กักขังของ Bacteria เป็นหนองรอบรากฟัน ฟันโยก ทำให้เกิดเสียวฟัน และปวดได้

ฟันร้าว, ฟันแตก
แน่นอน กรณีที่มีฟันร้าว ก็มีโอกาสที่โพรงประสาทฟันติดต่อกับภายนอกผ่านรอยร้าวได้ / น้ำเย็น / น้ำร้อน ก็ส่งถึงโพรงประสาทฟันทำให้ปวดได้

เศษอาหารติดฟัน
กรณีฟันห่าง ฟันผุด้านข้างเป็นรูใหญ่ เป็นโรคเหงือกอักเสบ ฟันโยก มีช่องว่างระหว่างฟัน เวลาเคี้ยวอาหารชิ้นใหญ่ๆ เช่น เนื้อก้อนใหญ่ เวลาไปอัดตรงช่องว่างเหล่านี้มันจะกดให้เหงือกช้ำ เป็นที่สะสมของแบคทีเรีย จะปวดเหงือกและฟันบริเวณนี้มาก

เรามีวิธีลดอาการปวดฟันได้ ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ทันที

วิธีแรก

ลดสิ่งกระตุ้นที่มีผลทำให้ปวดฟันเพิ่มขึ้น หรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น
เช่น - ของเย็นจัด : น้ำแข็ง ไอศกรีม
- ของร้อนจัด : น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อน
- อาหารที่มีรสหวานจัด รสเปรี้ยว

ลดการกระทบกระแทกกับฟันซี่นั้นๆ
อาการปวดฟันจะเป็นมากขึ้น ถ้าฟันซี่นั้นถูกกระแทกบ่อยๆ หรือตัวฟันสูงกว่าซี่อื่นๆ บางครั้งฟันถูกหนุนลอยตัวขึ้นมาเพราะมีหนอง มีการติดเชื้อที่ปลายรากฟันจากฟันผุหรือโรคเหงือกอักเสบ

วิธีง่ายๆ คือ รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารนิ่มๆ ไม่ควรเคี้ยวอาหารแข็งๆ หรือเหนียวๆ เนื้อเหนียวๆ ที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก อีกวิธีคือ เลี่ยงไปเคี้ยวอีกด้าน

ถ้าอาการปวดจากเศษอาหารติดฟัน อาการจะเป็นมากถ้าอาหารถูกอัดแน่นในซอกเหงือกเป็นเวลานานๆ วิธีที่ดีที่สุดให้รีบเอาเศษอาหารเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด โดยการใช้ Dental floss อย่าใช้ไม้จิ้มฟัน

ถ้ามีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟัน และมีอาการบวมเห็นได้ชัด การใช้น้ำร้อนช่วยประคบบริเวณที่บวมภายนอกช่องปากช่วยลดอาการปวดฟันได้ดี และช่วยเพิ่มการระบายหนองได้ดีขึ้น ก็จะบรรเทาอาการปวดชะงัดทีเดียว

น้ำมันกานพลู เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวดฟันที่มีการใช้มาเป็นเวลานานแล้ว โดยใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู แล้วอุดลงไปในรูที่ผุ ฤทธิ์ของน้ำมันกานพลูจะออกฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดฟันที่ดีมาก

วิธีการที่แนะนำมานั้นเป็นวิธีช่วยให้ท่านหายหงุดหงิดอารมณ์เสียจากการปวดฟันในกรณีที่ยังไม่สามารถไปพบหมอฟันได้ทันท่วงที แต่ไม่ใช่เป็นวิธีการรักษาที่ถาวร เป็นวิธีการที่แค่บรรเทาอาการปวด ถึงอย่างไรหากท่านมีโอกาสพบทันตแพทย์ก็ไม่ควรรอช้า เพื่อรักษาให้ถูกต้องและตรงจุดที่สุด อาการของโรคฟัน โรคเหงือกจะได้หายอย่างถาวร และไม่ลุกลามต่อไป

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

เจาะหู เจาะปาก เจาะลิ้น

เจาะหู เจาะปาก เจาะลิ้น
แฟชั่นที่สร้างความแปลกใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นนอกจากการสักลวดลายตามผิวหนังแล้ว การเจาะอวัยวะเพื่อติดเครื่องประดับ นับวันจะเป็นที่นิยมมากขึ้น พ.ต.ท.ทพ. พจนารถ พุ่มประกอบศรี
แม้นจะแลกความเท่กับความเจ็บปวดก็ตาม การเจาะหู เราจะเห็นเป็นเรื่องคุ้นเคยสำหรับคุณผู้หญิง และถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับผู้ชาย แต่สำหรับการเจาะลิ้น เจาะริมผีปาก เพื่อติดเครื่องประดับนี้ กำลังมาแรง เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นในแง่ของความแปลกใหม่ และเอกลักษณ์ของบุคคล ในมุมมองของแพทย์ช่องปากแล้วก็อยากจะฝากบางประเด็นให้บางท่านที่จะตัดสินใจทำได้ทบทวนสักนิดหนึ่ง

การเจาะเนื้อของร่างกาย มันก็คือการทำให้เกิดแผลไม่ว่าที่ไหนของร่างกาย เรามีแนวคิดคือ เหมือนกับการผ่าตัด ซึ่งพื้นฐานเลยต้องแบบเดียวกันคือ สะอาด ปราศจากเชื้อ ความสะอาดแบบแพทย์ นั้นต้องระดับที่เครื่องมือปราศจากเชื้อจริงๆ เครื่องมือต้องผ่านการนึ่งฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี ไม่ใช่แค่เช็ดแอลกอฮอลล์ ทีสองทีแล้วไปทิ่มไปแทงกัน

อีกเรื่องหนึ่งคือเวลาเราจะทำอะไรบนอวัยวะโดยเฉพาะการเจาะการผ่า ทางการแพทย์จะต้องศึกษาอย่างละเอียดว่าบริเวณรอบๆ นั้นมีอะไรอยู่บ้าง เช่นเส้นเลือด เส้นประสาท ซึ่งจะทำให้เสียเลือด กระทบเส้นประสาท ทุกอย่างจะกระทำอยู่บนพื้นฐานวิชาความรู้ ไม่ใช่ทำแบบคาดเดา ดังนั้นการเจาะลิ้น แบบแฟชั่นจึงมีเรื่องราวที่น่าเป็นห่วงตามหลังมาหลายอย่าง เช่น

ความเจ็บปวด
มีการติดเชื้อ อัดเสบบวม บางครั้งอาการบวมไม่จำกัดตรงจุดนั้น แต่อาจลุกลามไปใต้ลิ้น ไปที่ลำคอ ทางเดินหายใจ หายใจไม่ออก เป็นเรื่องเป็นราวต้องนอนโรงพยาบาลกันเลย
เจาะไม่ดีไปถูกเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลไม่หยุด
พอใส่ลูกตุ้ม น้ำลายจะไหลมากขึ้น พูดไม่ชัด เวลากิน เวลาพูด ลูกตุ้มกระทบลิ้น อาจแตกร้าวได้ มีเหตุให้เสียวฟันมาก
ลูกตุ้มอาจหลวมแล้วหลุดเข้าคอได้

ก็ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าคุณยังกล้าเสี่ยง ก็คงไม่ห้ามกันละครับ ได้แต่หวาดเสียวแทน ขอให้โชดดีครับ

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today