เปิดใจ นพดล ธรรมวัฒนะ วันที่พายุผ่านพ้น ตระกูลนี้ 'ต้องคำสาป' จริงหรือ (ตอนที่ 1)

“แล้วใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป” เป็นคำถามที่ นพดล ธรรมวัฒนะ ย้อนความให้ฟัง ซึ่งถึงกับทำให้เขาต้องถามกลับนักข่าวสาวทีวีคนหนึ่งว่า “คุณถามอย่างนี้ได้ไง” มันทำให้ทั้งอึ้ง เศร้า อึดอัด โกรธ

เหตุการณ์นี้ผ่านมานานนับสิบปีแล้ว

แล้วข่าวคราวของตระกูล “ธรรมวัฒนะ” ก็เงียบหายไปจากกระแสสื่อเป็นเวลานานพอควร หลังมีการปิดคดีการเสียชีวิตของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ พี่ชายใหญ่ของตระกูล ว่าไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นฆาตกรรม และจำเลยของคดีฆาตกรรมอันลือลั่นนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

“นพดล ธรรมวัฒนะ” น้องชายที่คลานตามกันมา...นี่เอง

---@@@---

ที่ห้องพิจารณาคดี 613 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกเวลา 09.45 น. วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553 ศาลออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำพิพากษาคดีความผิดต่อชีวิตที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ฟ้องคดีดำที่ 248/2547 คดีแดงที่ อ.3819/2550 มี นายนพดล ธรรมวัฒนะ อายุ 56 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่า นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคประชากรไทย พี่ชายตัวเอง โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อ 23 มกราคม 2547 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า

ระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2542 เวลากลางคืน ก่อนเที่ยง วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด บังอาจร่วมกันใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงนายห้องทอง ธรรมวัฒนะ 1 นัด โดยเจตนาฆ่าให้ตาย กระสุนปืนถูกบริเวณศีรษะนายห้างทอง ทะลุกะโหลกเข้าไปทำลายอวัยวะส่วนสมองเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เป็นเหตุให้นายห้างทองถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลดังกล่าว สมดังเจตนาของจำเลยกับพวก รายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพและรายการตรวจศพของเจ้าพนักงานและแพทย์ เหตุเกิดที่บ้าน “ธรรมวัฒนะ” เลขที่ 299/9 หมู่ 7 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ นอกจากนี้ในวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดอาวุธปืนที่ใช้ยิงในข้อ 1 และสิ่งของต่าง ๆ เป็นของกลาง กระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม 2546 เจ้าพนักงานได้ควบคุมจำเลยมาแจ้งข้อหาดำเนินคดี จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา

---@@@---

ประมาณบ่าย 2 โมง วันอังคารที่ 22 กันยายน 2553 ก่อนวันไหว้พระจันทร์หนึ่งวัน เรามีนัดกับเจ้าของบ้าน “ธรรมวัฒนะ” ผ่านเลขาฯส่วนตัวชื่อ “จอย” เป็นบ้านหลังเดียวกับที่อยู่ในคำฟ้องของอัยการ และเป็นบ้านที่ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ เสียชีวิต และทิ้งปริศนาไว้ข้างหลัง

บ้านหลังใหญ่ดูสงบเงียบ มี รปภ.เฝ้าอยู่แค่ 2 คน เมื่อเราบอกความประสงค์ มาพบเจ้าของคฤหาสน์หลังงามนี้ รปภ.ก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก นอกจากถามว่า นัดไว้แล้วใช่ไหม

สระว่ายน้ำ อยู่ด้านหน้า ตามแบบฉบับบ้านเศรษฐีทั่วไป คฤหาสน์ทรงยุโรปทันสมัย 6 ชั้น ดูเก่าไปบ้าง แต่ยังนอนแผ่แนวกว้างอยู่ตรงหน้า บ้าน พักหนึ่ง “จอย” ก็เชิญเข้าไปนั่งรอเจ้านายของในห้องรับแขกขนาดใหญ่ วันนี้เจ้าของบ้านมาในชุดเสื้อยืด ขาสั้น สบาย ๆ

ในมือถือซองบุหรี่มาซองหนึ่ง “เลิกไม่ได้” เขาพูดยิ้ม ๆ

---@@@---

วันนี้บ้าน “ธรรมวัฒนะ” กลับมาอยู่ในโฟกัสของสังคมอีกครั้ง เมื่อ ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย นายนพดล ธรรมวัฒนะ ในข้อหาฆ่าคนตาย อีกศาล หลังจากศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2550 ได้พิพากษาให้ยกฟ้อง มาแล้ว เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักแน่นหนาเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้

อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น เหลืออีกศาลเดียว คือศาลฎีกา

กรณีนี้ วันชัย สอนศิริ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง อัยการมีสิทธิจะยื่นฟ้องศาลฎีกาได้อีกภายใน 30 วัน หากที่ประชุมอัยการเห็นว่า มีข้อโต้แย้งหรือเห็นต่าง แต่ถ้าเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลชัดเจน และเห็นว่า ฟ้องไปก็ไม่มีผลแตกต่างไปจากคำวินิจฉัยของทั้งสองศาล อัยการก็อาจตัด สินใจไม่ยื่นฟ้องอีก

กระนั้น นพดล ธรรมวัฒนะ ก็กลับ มาเป็นข่าวอีกครั้ง พร้อมกับข่าว ดีคือ น้องสาว 2 คน ได้มาขอขมาและกลับมายืนข้างเขา หลังเป็นอริกันมาแสนนาน

---@@@---

อย่างที่รู้ สมบัติมหาศาลของตระกูล “ธรรมวัฒนะ” เกิดจาก แม่สุวพีร์ แซ่ลี้ ที่ได้ก่อร่างสร้างตัวจากแม่ค้าขายผัก จบแค่ชั้น ป.4 จนเป็นเจ้าของตลาด “ยิ่งเจริญ” และมีที่ดินมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ มีทรัพย์สินเงินสด รวมกันเป็นหมื่น ๆ ล้าน มรดกกองมหึมานี่เอง ที่ถูกสื่อขนานนามต่อมาว่า

“มรดกเลือด”

เมื่อผู้คนในตระกูลธรรมวัฒนะต้องเสียชีวิตร่วมสิบคน ทิ้งปมปริศนา พร้อมกับคำถาม “ใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป” ที่นักข่าวยกขึ้นถาม...ต่อเนื่องกันมา

ลูก 10 คน จากการแต่งงาน 2 ครั้งของสุวพีร์ มี เทิดชัย หรือกำนันแดง พี่ต่างพ่อ ส่วนพ่อ อาคม ฉัตรชัยยันต์ ก็มี ห้างทอง กุสุมา นพดล มัลลิกา คะนึงนิตย์ ณฤมล นัยนา ปริญญา และฐานิยา (หรือนงนุช ) มีการแบ่งข้างโดยมี “นพดล” และ “ปริญญา” เป็นหัวหอกของแต่ละฝ่าย ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ

จุดที่ทำให้ถูกมองว่าเป็นมรดกเลือด เพราะพ่อคือ อาคม ได้ถูกลอบยิงเสียชีวิตในปี 2509 แล้วก็ยังมีคนอื่น ๆ ที่ประสบชะตากรรมเดียวกัน เช่น กุสุมา (มือปืนซัดทอดว่าผู้จ้างวานฆ่าคือ บวร ธรรมวัฒนะ ผู้เป็นอา กับหลานสาวอีก 2 คน หวังฮุบมรดก แต่ภายหลังศาลฎีกายกฟ้อง) นัยนา สภาพศพถูกล็อกด้วยกุญแจมือทั้งสองข้าง ตามด้วย ผู้ใหญ่แดง ที่ถูกอุ้มหายตัวลึกลับ จนคาดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง ที่เสียชีวิตระหว่างนั้นอีก มาก
แม้แต่ สุวพีร์เอง ก็เคยโดนลอบฆ่า จนต้องหนีภัยพิบัติในชีวิตไปที่สหรัฐอยู่พักหนึ่ง และการตายรายสุดท้าย ห้างทอง ธรรมวัฒนะ ที่ศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง......วันนี้ เหมือนฟ้าหลังฝน ที่พายุผ่านพ้น ???

---@@@---

“ใครไม่โดนอย่างผม ไม่รู้หรอกครับ มันกดดันแค่ไหน โดนข้อหาเป็นฆาตกร ฆ่าพี่ชายตัวเอง โอ้..ใครจะมองดีล่ะครับ ไปไหนมาไหน มีแต่คนจ้องจับตามอง ถามว่าอึดอัดไหม มันสูญเสียความเป็นส่วนตัว แต่เขาคงไม่วิพากษ์วิจารณ์ตะโกนดัง ๆ ให้ได้ยินหรอกครับ

ผมไปร้านค้าผมที่ขายเสื้อผ้า ลูกค้าเดินเข้าไปต่อว่าพนักงานเลยว่า นายเธอมันเป็นฆาตกร ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่น้อง เลิกซื้อ เลิกใช้ ได้รับผลกระทบเยอะมาก จนปี 47 ผมต้องตัดสินใจขายหุ้นในบริษัทออกไป 49% ในราคาที่ขาดทุน เพื่อให้คนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมบริหารและดูแลแทนเรา ขึ้นศาลตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี จะได้หยุดคือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไม่ต้องทำอะไรเลย วัน ๆ หนึ่ง หมดไปกับเรื่องพวกนี้”

---@@@---

เหมือนฟ้าหลังฝน ที่พายุผ่านพ้น หรือพายุใหญ่...กำลังจะพัดมาใหม่ ???.

วิญญาณพี่ห้างทอง เฮี้ยน

วันนี้ห้องที่ ห้างทอง ธรรมวัฒนะ เสียชีวิต ไม่ได้ถูกปิดตาย หรือถูกเก็บไว้แต่อย่างไร แต่กลายเป็นห้องของลูกสาวสุดรักของนพดล น้องดรีม หรือ ดลนภา ธรรมวัฒนะ

“ไม่มีอะไรต้องกลัว เพราะห้างทอง คือ พี่ผม เป็นลุงของน้องดรีม

ถึงวันทำบุญให้พี่ห้างทุกปี ผมพูดเสมอว่า พี่ห้างทองมีอะไร ก็มานะ แต่พี่ห้างทองไม่เคยมาเลย ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ และไม่เคยเข้าฝันผมเลยสักครั้งเดียว แต่ผมเชื่อว่า วิญญาณพี่ห้างทองเฮี้ยน และมีส่วนทำให้ความจริงปรากฏ คิดดูสิครับว่า ผมร้องขอผ่าศพกี่ครั้ง ก็ไม่เคยได้ แม้แต่การอายัดศพครั้งสุดท้าย ก็ไม่ได้ จนกระทั่งมีการจะเอาศพพี่ห้างไปเผาทิ้ง พี่ห้างเลยไปดลบันดาลให้ศาลท่านเห็นพ้องที่จะให้ผ่าศพ (ครั้งที่ 3) พอผ่าเสร็จ จะเผา ก็เผาไปเถอะ เพราะตอนนี้หลักฐานปรากฏชัดเจนแล้ว พี่ห้างฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกฆาตกรรม”

ดวงวิญญาณของห้างทอง คงไปสู่สุคติภพแล้ว ณ บัดนี้ ........

ชุติมา บูรณรัชดา / เชาวลี ชุมขำ เรื่อง
สุรเชษฏ์ วัชรวิศิษฏ์ ภาพ
ที่มา dailynews

'กางเกงขาม้ารีเทิร์น' ได้เวลาสาวกเตรียมปัดฝุ่นนำมาใส่อีกครั้ง

ยุคนี้ถ้าหากใครไม่แต่งตัวในแบบย้อนยุค หรือที่เรียกกันทั่วโลกว่า "วินเทจ สไตล์" และถ้าจะให้เก๋ตามประสาคนไทยก็ต้องพูดว่า "วินเทจ จะตาย" ก็คงกลายเป็นคนตกเทรนด์เอาได้ง่ายๆ เพราะนับวันรูปแบบเครื่องแต่งกายที่เคยฮิตในอดีตนั้นถูกดีไซเนอร์ ขุดเอามาปัดฝุ่นตกแต่งใหม่ กลายเป็นสไตล์สุดเก๋สำหรับสาวสมัยใหม่กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นลายขวางสไตล์กะลาสีเรือ ลายจุดโพลก้าด็อต หรือแม้แต่จะเป็นกางเกงเอวสูง กระโปรงยาวคลุมข้อเท้าแม็กซี่เดรส หรือแม้แต่เสื้อไหล่ตั้ง แฟชั่นสุดฮิตจากยุค 80's ก็ล้วนถูกนำมาปลุกกระแสให้ฮิตขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น

ในเมื่อนาฬิกากำลังหมุนย้อนไปตามกระแสวินเทจแล้วจะผิดอะไรถ้าสาวๆ ที่เคยชินกับการสวมใส่กางเกงขาลีบทรงสกินนี่จะลุกขึ้นมาปฏิวัติกลายเป็นมาสวมกางเกงทรงสบายๆ แต่ยังคงความเก๋ กับทรงขาม้า ขาบาน ขากระดิ่ง แบบสาวฮิปปี้ในยุค 70's กันอีกครั้ง

งานนี้ไม่ได้ยกเมฆขึ้นมาลอยๆ เพราะแม้แต่แบรนด์ของเจ้าแม่แฟชั่นอย่าง "วิคตอเรีย เบ็คแฮม" ก็ยังทำกางเกงยีนส์ขาบานสำหรับสาวๆ กับเขาด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส "โคลเอ้" ก็ร่วมวงด้วยเช่นกัน ส่วนแบรนด์ Twenty8twelve ของดาราสาว "เซียนา มิลเลอร์" ก็ออกแบบกางเกงยีนส "บูธคัต" ทรงขากว้างเกาะกระแสมาติดๆ :: Report by FLASH

>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ http://www.celeb-online.net
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
[ตุ๊กตาไฮไลต์]
เชื่อว่าใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง เด็กน้อยไปจนถึงผู้ใหญ่จะต้องหลงเสน่ห์ในความน่ารักน่าเอ็นดูของตุ๊กตาอย่างแน่นอน และจะต้องมีตุ๊กตาตัวโปรดอยู่ในครอบครอง และแต่ละแบบแต่ละตัวราคาก็แตกต่างกันไปตามความรักความชอบ รสนิยม รวมถึงเงินในกระเป๋าของแต่ละคน แต่มีตุ๊กตาหลายรุ่นที่ขึ้นชื่อว่า “ของเล่นคนรวย” ก็เพราะราคาของมันนั้นช่างสูงเสียจนคนธรรมดาอย่างเราๆ ไม่สามารถเป็นเจ้าของได้
[ตุ๊กตา Nana Sweet Dream (200,000 บาท) ]
เพราะด้วยความหายาก และบางรุ่นก็ต้องอาศัยดวงเป็นตัวช่วย เพื่อให้ได้มาซึ่งตุ๊กตาอันเป็นที่รักของตนเอง แม้ว่าตุ๊กตาเหล่านี้จะราคาแพงและอยู่กระจัดกระจายตามมุมต่างๆ ของโลก แต่วันนี้สามารถยลโฉมได้ไม่ยาก เพราะทาง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ได้จัดงาน “Doll Mania 2010 @ CentralPlaza RAMA3” เทศกาลแสดงตุ๊กตานานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ ชูคอนเซ็ปต์ “ดอลล์ เอ็กซ์โป” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ที่มีการนำตุ๊กตาหาชมยากจากนานาประเทศ อาทิ ฮ่องกง เกาหลี และญี่ปุ่น บินตรงมาโชว์ที่เมืองไทย ตุ๊กตาแต่ละตัวมีราคาสูงตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักแสน โดยทั้งหมดที่นำมาจัดแสดงภายในงานมีมูลค่ารวมถึง 100 ล้านบาท จึงเรียกได้ว่าเป็น “ของเล่นคนรวย” อย่างแท้จริง
[ตุ๊กตา Ghome (90,000 บาท)]

[ตุ๊กตา Lieselotte (80,000 บาท)]
สาเหตุที่ทำให้ตุ๊กตา BJD มีราคาแพงก็เพราะทุกรุ่นเป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด ที่ต้องใช้คนในการผลิตแทบทุกขั้นตอน จึงทำให้ตุ๊กตาประเภทนี้มีราคาแพงกว่าปกติ และหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ อย่างตุ๊กตาอื่น ๆ ที่สำคัญตุ๊กตาประเภทนี้ไม่มีตัวแทนขายอย่างเป็นทางการ ใครอยากได้มาเชยชมสักตัวหนึ่งจะต้องสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว หรือต้องไปนั่งเฝ้าถึงหน้าร้านเท่านั้น ถึงจะได้มาครอบครอง บางรุ่นที่ได้รับการเฟซอัพหรือแต่งหน้าโดยศิลปินชื่อดังก็จะต้องประมูลแข่งกัน ซึ่งราคาก็จะพุ่งสูงถึงหลักแสนบาทเลยก็มี
[ตุ๊กตา Galti (60,000 บาท)]
พบกับตุ๊กตารุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น การออกร้านจำหน่ายตุ๊กตาและเครื่องแต่งกายตุ๊กตาจากต่างประเทศ และเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง พร้อมลุ้นรับของรางวัลภายในงาน ระหว่างวันที่ 1-7 ตุลาคม 2553 บริเวณ ลานหน้าลิฟท์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3
[ตุ๊กตา Gati (50,000 บาท)]
>> อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ http://www.celeb-online.net
ที่มา manager

วิธีลดรอยคล้ำรอบดวงตา

วิธีลดรอยคล้ำรอบดวงตา รอยคล้ำรอบดวงตา เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การเจ็บป่วย การอดนอน หรือการใช้สายตามากจนหักโหม วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์ มีวิธีการรักษามาบอก

ตำรับอายุรเวทบอกไว้ว่า ให้นำ มันฝรั่ง มาฝานบาง ๆ แล้ววางลงบนเปลือกตาทิ้งไว้ 15-20 นาที ค่อยเอาออก เพราะแป้งของมันฝรั่งจะช่วยทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาตึงขึ้น เมื่อผิวตึงขึ้นจะทำให้รอยคล้ำลดลงทีละน้อย หากใช้วิธีนี้แล้วรู้สึกว่าผิวรอบดวงตาแห้ง ก็ให้ใช้น้ำมันมะกอกทาบาง ๆ บนเปลือกตาก่อนนอน จะทำให้รอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น

ถ้าไม่มีมันฝรั่งลองใช้ แอปเปิ้ล ก็ได้ ฝานบาง ๆ แล้วปิดเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แร่ธาตุในแอปเปิ้ล เช่น โปแตสเซียม วิตามินบี วิตามินซี และสาแทนนิน จะเข้าไปช่วยลดรอยคล้ำรอบดวงตาได้

ที่มา dailynews

ประโยชน์ของ'มะเขือเทศ'กับคุณผู้ชาย

ประโยชน์ของ'มะเขือเทศ'กับคุณผู้ชาย ผู้ชายอย่ามองข้าม 'มะเขือเทศ' สำหรับหนุ่ม ๆ ที่เริ่มหวาดกลัวกับอาการเตะปี๊บไม่ดังหรือกลัวว่าจะเป็นหมัน มะเขือเทศเป็นผลไม้ที่คุณไม่ควรละเลย

มะเขือเทศสุก เป็นผลไม้ที่มีสารไลโคปีนสูง ซึ่งประโยชน์จากสารชนิดนี้คือช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้ดี ประสิทธิภาพและสมรรถภาพต่าง ๆ ทำงานได้เป็นปกติอยู่เสมอ อีกทั้งถ้าผู้ชายทานมะเขือเทศอย่างน้อยอาทิตย์ละ 10 ผล หรือมากกว่านั้น ความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก็จะน้อยลงถึง 45 เปอร์เซ็นต์

ที่สำคัญควรจะทานแบบสุก ๆ เช่น ทำทานเป็นน้ำพริกอ่อง สปาเก็ตตี้ ฯลฯ เพราะเวลามะเขือเทศถูกความร้อนจะปล่อยสารไลโคปีนออกมามากขึ้น
ที่มา dailynews