ของเล่นอะไร? ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาสมองลูก

ของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาสมองลูกการเลือกซื้อของเล่นให้กับลูกบางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจุบันมีของเล่นมากมายหลากหลายประเภทที่ผลิตออกมาสู่ท้องตลาด ของเล่นบางอย่างอาจจะยากและซับซ้อนเกินไปจนทำให้เด็กขาดความสนใจ หงุดหงิด จนอาจพาลทำลายของเล่นนั้นได้ หรือของเล่นบางอย่างอาจจะง่ายเกินไป ไม่ท้าทายความสามารถของเด็ก
ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกของเล่นสำหรับเด็ก คือเรื่องของอายุ และ วุฒิภาวะของเด็กแต่ละคน วันนี้ผู้เขียนมีเทคนิคการเลือกของเล่นง่ายๆสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการเลือกของเล่นที่เหมาะสมกับลูกของท่าน ดังนี้

1. ต้องเป็นของเล่นที่ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนต่างๆ
2. เป็นของเล่นที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก
3. เป็นของเล่นที่เด็กได้ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ
4. ท้าทายความสามารถ
5. ได้แสดงความเก่ง
6. ได้ใช้ทักษะทางด้านร่างกาย
7. เร้าความสนใจ สร้างจินตนาการ
8. สามารถเล่นบทบาทสมมุติ
9. ฝึกสมาธิ
10. ไม่มีราคาแพงจนเกินไป
11. มีคุณค่าทางจิตใจ

แนะนำของเล่นที่น่าสนใจ

บล็อก : ไม้บล็อก ตัวต่อ แท่งไม้ มีขนาดและสีหลากหลายต่าง ๆ กัน

ตุ๊กตา : หุ่นมือ ตัวสัตว์ต่างๆที่ทำด้วยผ้า หรือนุ่น

อุปกรณ์ในการเล่นบทบาทสมมุติ : ชุดหม้อข้าวหม้อแกงเด็กเล่น เงินปลอม กล่องทอนและเก็บเงิน ชุดแต่งตัวแฟนซี (เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า)

ตัวต่อ : ภาพต่อ 4-10 ชิ้น การร้อยลูกปัด

หนังสือ : หนังสือภาพ คำคล้องจอง เพลงกล่อม เทป/ซีดีเพลง เครื่องอัดเสียง นิตยสาร

ของเล่นพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ : เครื่องปีนป่าย ไม้กระดาน ไม้ลื่น ราวโหน จักรยานสามล้อ ห่วงใหญ่ๆ ลูกบอล

ของเล่นพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก : การเท การตัก การตอก การตี การปัก แป้งปั้น เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นดิน

ของเล่นสำหรับงานศิลปะ : กระดาษ ดินสอและปากกาสีแบบต่างๆสำหรับเด็ก กรรไกร กาว แป้งโดว์

ของเล่นนับเป็นสื่อสำคัญอย่างหนึ่งในการส่งเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก เพราะเมื่อเด็กได้ลงมือเล่นเด็กจะเรียนรู้ในการแก้ปัญหา พัฒนาทักษะการคิด ฝึกความอดทน ฝึกสมาธิ นอกจากนี้ของเล่นเป็นเหมือนสื่อกลางในการเปิดโลกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ดังนั้นของเล่นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยเด็กเล็กนั้น เพราะในวัยนี้สมองของเด็กมีการทำงานและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเลือกของเล่นที่ดีและเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะที่สมบูรณ์ในอนาคต
ของเล่นอะไร? พัฒนาสมองลูก/ดร. สุพาพร เทพยสุวรรณ
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

นอนท่าไหนอย่างไรให้ ไม่ปวด-ไม่เมื่อย

บ่อยครั้งหลังตื่นนอนแล้วลุกขึ้นจากเตียง หลายคนมักรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณคอและหลัง สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนอนในท่าที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเคล็ดลับในการแก้ไขก็เพียงแค่นอนในอิริยาบถที่ถูกที่ควรย่อมช่วยบรรเทาได้

อย่างท่านอนหงาย ที่เหมาะสมคือ นอนหนุนหมอนที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไม่คดงอ กระจายน้ำหนักไปให้ทั่วตัว เคล็ดลับลดความเสี่ยงอาการปวดหลังอยู่ที่การนำหมอนใบพอเหมาะหรืออาจใช้ผ้ารองไว้ใต้เข่า ช่วยให้บั้นเอวไม่แอ่นขึ้น ลดโอกาสการปวดหลังได้

ขณะที่ท่านอนตะแคง ควรป้องกันลำตัวบิดด้วยการใช้หมอนข้างหรือหมอนรองลำตัวช่วงแขนและขาเอาไว้ ซึ่งก็คือการนอนกอดหมอนข้างนั่นเอง ทั้งนี้ควรนอนตะแคงด้านขวาจะไม่รบกวนการทำงานของหัวใจ

นอนมาตั้งหลายชั่วโมง ตอนตื่นจะลุกขึ้นจากเตียงก็เป็นช่วงที่สำคัญ ควรลุกออกมาจากท่านอนตะแคงแล้วค่อยๆ ใช้มือพยุงลำตัวให้ยกขึ้น นั่งพักสักครู่แล้วจึงลุกยืน

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำในการเลือกที่นอนให้เหมาะกับน้ำหนักตัว สำหรับคนที่น้ำหนักตัวมาก ควรนอนบนที่นอนแข็ง ป้องกันสะโพกจมที่นอนทำให้บั้นเอวแอ่นและปวดหลัง ส่วนคนที่น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมและคนน้ำหนักน้อย สามารถนอนบนที่นอนนุ่มหรือแข็งก็ได้ เนื่องจากการกระจายน้ำหนักตัวไม่เป็นปัญหา.
takecareDD@gmail.com
ที่มาเดลินิวส์ออนไลน์

‘แคนตาลูป’กินดีซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

ด้วยต้นสัปดาห์ ‘มุมสุขภาพ’ กล่าวถึงเรื่องการเจาะ-การสักที่รบกวนผิวหนังและเนื้อเยื่อ วันนี้ ‘กินดี’ จึงส่งผลไม้เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ แถมยังช่วยแก้ปัญหาผิวอีกด้วย ซึ่งก็คือ ‘แคนตาลูป’ พืชตระกูลแตง บางคนเรียก แตงเทศ, แต่งฝรั่ง หรือแตงคุณหนู เพราะไม่ใช่ผลไม้ไทยแท้ๆ ระหว่างกาเพาะปลูกในบ้านเรา เกษตรกรก็ยังต้องดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ

สำหรับสรรพคุณของแคนตาลูป อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยเฉพาะ อย่าง วิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและรักษาสิว วิตามินซี จะทำให้แผลหายเร็ว ส่วนสารอาหารอื่นๆ ที่มีในแคนตาลูป ประกอบด้วย กรดโฟลิก โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม แคลเซียม เบต้าแคโรทีน และวิตามินบี1 บี2 และบี6 จัดเป็นผลไม้ที่ล้างพิษได้อย่างอ่อนโยนกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ช่วยดับร้อน ลดไข้ รักษาการอักเสบของลำไส้ ขับน้ำนม ขับปัสสาวะ

ส่วนเครื่องดื่มสุขภาพจากแคนตาลูป ปรุงดื่มได้ไม่ยาก เพียงแค่เตรียม...

แคนตาลูป 3 ถ้วย
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

ขั้นตอนในการทำ ให้ล้างทำความสะอาดแคนตาลูป โดยจะปอกเปลือกหรือไม่ปอกก็ได้ หั่นพอหยาบ ไม่ต้องเอาเมล็ดออก จากนั้นนำไปสกัดด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เสร็จแล้วเทใส่แก้วเติมน้ำแข็ง ดื่มทันที.

takecareDD@gmail.com
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

นอนหมอนไม่เหมาะเสียสุขภาพ

ในแต่ละวันคนเราต้องนอนหลับ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เสมือนเป็นการชาร์จพลังให้กับร่างกาย ทว่าช่วงเวลาแห่งการหลับใหลไม่ราบรื่นเพราะหมอนที่ใช้หนุนไม่เหมาะสม อาจทำให้ตอนตื่นรู้สึกไม่สดชื่น คล้ายกับนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ระหว่างวันจะรู้ง่วงเหงาหาวนอน

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการนอนหนุนหมอนที่ไม่เหมาะสมกับสรีระ อาจทำให้นอนกรน เนื่องจากนอนบนหมอนที่สูงเกินไปทำให้ทางเดินหายใจแคบ เมื่อลมหายใจเคลื่อนผ่านบริเวณทางเดินหายใจของช่องคอที่แคบ จะเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเป็นเสียงกรน ซึ่งภาวะนอนกรนนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การนอนหลับด้อยคุณภาพหรือนอนหลับไม่สนิท

นอกจากนี้ยังมีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ อาจเป็นเพราะนอนหมอนที่สูงหรือต่ำเกินไป ทำให้บางคนเกิดอาการปวดต้นคอ เอี้ยวหันคอไม่ได้ และมักเกิดขึ้นหลังจากตื่นนอนตอนเช้า จนเข้าใจว่าเป็นอาการนอนตกหมอน ที่บ้างคนแก้เคล็ดด้วยการนำหมอนเจ้ากรรมนั้นไปตากแดด

ส่วนใหญ่อาการนอนตกหมอนมักทุเลาและหายไปเองราว 2-3 วัน แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจากนอนในท่าที่ไม่เหมาะ คอพับ คอแหงนมากเกินไป หรือเคลื่อนไหวคอผิดท่า ซึ่งคนเราจะไม่รู้ตัวเพราะกำลังหลับอยู่ ทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาทั้งการนอนกรนหรือนอนตกหมอนอยู่ที่การเลือกหมอนให้เหมาะสม และพรุ่งนี้ ‘มุมสุขภาพ’ เตรียมข้อมูลรอให้ติดตามแล้ว.
takecareDD@gmail.com
ที่มา ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

รู้เท่ากัน'โรคคอเกร็ง' ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง

เพราะอวัยวะทุกส่วนของร่างกายมีความสำคัญ หากเกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับส่วนหนึ่งส่วนใดแล้วย่อมส่งผลต่อสุขภาพนำมาซึ่งอุปสรรคในการดำรงชีวิต

“คอเกร็ง” อีกอาการความ เจ็บป่วยที่อาจถือได้ว่าเป็นภัยเงียบโดยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศวัย ซึ่งในอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อส่งผลให้ร่างกายส่วนนั้นมีรูปร่างผิดปกติไปและเคลื่อนไหวได้จำกัด

รองศาสตราจารย์วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยา ลัยมหิดล ให้ความรู้เล่าถึงอาการดังกล่าวว่า คอเกร็ง เป็นอาการปวดคออย่างรุนแรงซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอและซอกคอหดเกร็งและเมื่อขยับเคลื่อนไหวคอเพียงนิดหน่อยก็จะมีอาการปวด

อาการปวดคออาจจะเกิด ขึ้นอย่างเฉียบพลันและอาจจะเกิดเป็นซ้ำ ๆ ได้ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจนำสู่การปวดเรื้อรังซึ่งกรณีการปวดคอเกร็งเป็นการปวดอย่างเฉียบพลัน สาเหตุมีด้วยกันหลายประการ แต่ที่มักพูดกันถึงเป็นเรื่องของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ซึ่งก็ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งลำคอ

“หมอนรองกระดูกเสื่อมของคอพบได้ในคนทั่วไปนับแต่อายุ 40 ปีขึ้นไปซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อมโรคที่จะตามมาด้วยคือกระดูกงอกหรือที่เรียกกันว่าหินปูนเกาะโดยจะเกิดอยู่รอบหมอนรองกระดูกและข้อต่อซึ่งถ้ากระดูกงอกนี้ไปเบียดเส้นประสาทจะทำให้เกิดอันตรายได้

ประเด็นสำคัญคือเมื่อมีอาการปวดเกิดขึ้น ร่างกายจะมีอาการเกร็งทางกล้ามเนื้อซึ่งเมื่อมีอาการดังกล่าวเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเบื้องต้นต้องหยุดการเคลื่อนไหวโดยอาจนอนพักหรือใส่ปลอกคอช่วยพยุง อาจทานยาแก้ปวด ใช้ถุงน้ำร้อนประคบก็จะช่วยลดคลายอาการปวด กล้ามเนื้อก็จะคลายตัว”

ส่วนกรณีที่เกิดการปวดเพิ่มขึ้นและปวดไล่จากหัวไหล่ไปถึงแขนลงไปถึงปลายมือ หากมีอาการปวดร้าวลักษณะนี้ก็อาจแสดงให้เห็นว่ามีความเสื่อมเหล่านี้มีมากขึ้น มีหินปูนเข้าไปเบียดกดรากประสาทแขนทำให้เกิดอาการปวด รวมทั้งถ้ามีอาการชาร่วมด้วยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด อีกภาวะที่ถือว่ามีความเป็นอันตรายสูงคือ การกดไขประสาท ซึ่งอาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

“การสังเกตว่ามีการกดทับไขประสาทบริเวณนี้หรือไม่ เบื้องต้นอาจสังเกตได้จากขาทั้งสองข้างซึ่งหากมีอาการเกร็ง กระตุกของขา เดินไม่ถนัด โดยอาจทดสอบด้วยตนเองได้ด้วยการเดินต่อเท้าก้าวต่อก้าว หากไม่สามารถเดินทรงตัวได้ก็แสดงว่ามีอาการเบียดกดประสาทไขสันหลังก็ต้องรีบรับการรักษาและในกรณีนี้ก็มักต้องได้รับการผ่าตัด

กรณีการปวดธรรมดา ปวดบริเวณต้นคอมีกล้ามเนื้อเกร็ง รวมทั้งกลุ่มที่ปวดร้าวมาที่ปลายแขนจากกดทับรากประสาทส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ไม่ต้องผ่าตัด สามารถรักษาได้โดยการทำกายภาพบำบัด ทานยาแก้ปวด ลดอักเสบ ฯลฯ ส่วนใหญ่จะหายจากอาการดังกล่าวได้ ”

การสังเกตอาการสิ่งนี้มีความสำคัญ หากพบว่ามีการปวดร้าวมาที่แขน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา การเดินผิดปกติทรงตัวได้ไม่เหมือนเดิม ฯลฯ การสังเกตเหล่านี้จะช่วยให้รู้ว่ากรณีไหนมีความเร่งด่วนควรต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ซึ่งการรักษาดังที่กล่าวนั้นมีด้วยกันหลายวิธี

นอกจากนี้พฤติกรรม ที่ผิดไปจากปกติ ไม่ว่าจะเป็น การนั่งทำงาน เขียนหนังสือ พิมพ์งาน นั่งโต๊ะกับเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสมกัน อย่างการเขียนหนังสือติดต่อกันหลายชั่วโมง พิมพ์คอมพิวเตอร์นาน ๆ ก้มคอทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานก็อาจทำให้มีความเสื่อมของกระดูกคอเกิดขึ้นได้ง่าย

สาเหตุของการเกร็งของกล้ามเนื้อในกรณีอุบัติเหตุการเล่นกีฬาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการอักเสบของกล้ามเนื้อคอหรือเกิดจากการเอี้ยวคอผิดท่าก็อาจเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อคอได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้อีกภาวะที่พบบ่อยครั้งและระยะหลังก็มีการกล่าวกันถึงมากขึ้นคือ ภาวะพังผืดกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งก็ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อโดยมักจะเกิดขึ้นได้นับแต่ บริเวณท้ายทอยด้านหลังทั้งสองข้าง มาถึงต้นคอ สะบักทั้งสองข้าง รวมถึงหัวไหล่ ซึ่งลักษณะของการปวดดังกล่าวนี้จะมีลักษณะเฉพาะที่สามารถตรวจพบได้ที่เรียกว่าพังผืดกล้ามเนื้ออักเสบที่มีจุดกดเจ็บ ภาวะนี้เป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง แต่มักจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อร่างกาย นอกจากจะสร้างความรำคาญ ใช้งานไม่ถนัด อ่อนเพลียง่าย และส่วนใหญ่จะปวดมากตอนกลางคืน ทำให้นอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

ในความเจ็บปวดดังกล่าวที่เป็นเรื้อรังยังพบว่ามีความสัมพันธ์ต่อจิตใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังมักจะพบอาการซึมเศร้าร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามสามารถที่จะ รักษาให้หายขาดได้ภายในระยะเวลาอันสั้นหากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เนื่องจากสาเหตุเกิดจากพังผืดของกล้ามเนื้อมีการหดตัว เกร็งเป็นก้อน หลักการรักษาก็จะต้องผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้กล้ามเนื้อเหยียดตัวออก

การรักษาเบื้องต้นก็จะมีท่ากายบริหารที่สามารถปฏิบัติได้โดยง่าย รวมทั้งการใช้ความร้อนประคบหรืออาจใช้การนวดกดจุดคลายกล้ามเนื้อที่มีอาการเกร็ง หรือการฉีดยาชาลดการปวดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการรักษาให้ห่างหายจากอาการปวดเหล่านี้

ดังนั้นก่อนจะต้องเสี่ยงหรือเผชิญกับโรคคอเกร็ง อาการปวดคอที่ไม่เพียงสร้างความทุกข์ทรมานความเจ็บปวดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันก็คงจะต้อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย

หันมาสนใจดูแลรักษาสุขภาพไม่มองข้ามความสำคัญของการพักผ่อนที่เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับกายบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รวมทั้งการรับประทานอาหารที่สะอาดหลากหลายมีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งนอกจากจะช่วยให้ห่างไกลจากอาการดังกล่าวแล้วยังเป็นอีกเกราะป้องกันโรคภัยต่าง ๆ อีกด้วย.

ทำงาน-พักผ่อนให้พอดี หลีกหนีโรค 'เบิร์น เอาท์'

เพราะสาว ๆ ยุคใหม่ต้องทำงานทั้งนอกบ้านในบ้านแถมยังต้องดูแล ลูก ๆ ควบคู่ไปด้วยไม่มีวันหยุดพักผ่อนที่เพียงพอจนเกิดอาการเหนื่อยล้า สมองไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดความเครียด นี่คือสัญญาณเตือนภัยว่าจิตใจของเรากำลังเสี่ยงเป็น โรคเบิร์น เอาท์ ซินโดรม “Burn Out Syndrome” ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน เพราะอาจลุกลามเป็นโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

ผศ.ดร.นพ.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข ผู้อำนวยการคลินิกเฉพาะโรค ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค “Burn Out Syndrome” ว่า Burn Out หมายถึง การทำงานหนักมากเกินไปไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อน จนเกิดอาการสมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับ นักจิตเวชชาวอเมริกัน เฮอร์เบิร์ต เจ ฟลอยเดนเบอร์เกอร์ ได้นำชื่อ Burn out มาใช้ในการรักษาทางจิตเวชเมื่อปีค.ศ. 1974 ซึ่งก็คือโรคจิตทางหนึ่งมักเกิดกับคนที่ตั้งความหวังไว้สูงเกี่ยวกับตัวเองและต้องการความเพอร์เฟกต์จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายและจิตใจ

จริง ๆ แล้วคนไทยมักมีอาการ “Burn Out” โดยไม่รู้ตัว เพราะคนไข้ที่มาพบจิตแพทย์ส่วนใหญ่มักเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว นอกจากนี้หญิงไทยยังมีโอกาสเป็นโรค Burn Out Syndrome สูงเพราะต้องแบกภาระมากมายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงเป็นโรคจิต โรคเครียด โรคประสาทมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า ซึ่งถ้าคนเราทำงานมากกว่าสัดส่วนของการพักผ่อนก็เกิดอาการนี้ได้ แต่หากทำงานแล้วพัก เช่น ทำงาน 1 ชั่วโมงควรใช้สมอง 45 นาที แล้วพัก 10-15 นาที สมองจะได้พักและขจัดเมตาบอลิซึ่มของเสียต่าง ๆ ออกไปซึ่งควรทำเช่นนี้ทุก ๆ ชั่วโมง วันหยุดงานก็เช่นกันทั่วโลกทำงานกัน 5 วันพัก 2 วัน ใน 1 สัปดาห์ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ว่า Burn Out ที่ไม่ได้สัดส่วนคือทำงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาหยุดพักหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจะหมดเรี่ยวแรงและพลังไปในที่สุด

หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้มากกว่า 100 โรค เช่น โรคเกี่ยวกับหู โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต โดยสัญญาณแรกคือหมดพลัง ไม่กระตือรือร้น เฉื่อยชา ความจำแย่ลง ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่าย ร่างกายอ่อนแรง นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ประสาทเครียด ความดันโลหิตสูง มีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อสูง ซึ่งส่วนมากคนที่เป็นโรค Burn Out มักหาทางออกปลอบจิตตัวเองด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ กินยานอนหลับ กินอาหารที่มากเกินไปและสูบบุหรี่จัด ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดีในการรักษา

ดังนั้นข้อแนะนำในการรักษาคือ ควรทำงานและพักผ่อนให้ได้สัดส่วน ซึ่งสัดส่วนที่พอดีของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนอาจมากหรือบางคนอาจน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลในการจัดความสำคัญของงานว่างานใดควรทำก่อนทำหลัง หากจัดสรรเวลาได้ดีแล้วควรมีกิจกรรมคลายเครียด เช่น พูดคุยหรือออกกำลังกายร่วมกับเพื่อน ๆ เพราะการออกกำลังกายทางจิตวิทยาถือว่าเป็นการให้คุณค่าแก่ตัวเราเอง

สาว ๆ ทราบแบบนี้แล้วอย่าทำงานจนโอเวอร์มากเกินไป เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมาอีกมากมายทีเดียวค่ะ.

- สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า กรมแพทย์ทหารบก จัดโครงการ “พลังเลือดใหม่...ถวายแด่พ่อของแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสมหามงคลครบ 7 รอบพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2554 ประจวบกับปี 2554 นี้เป็นปีที่กรมแพทย์ทหารบกมีอายุครบ 111 ปี ในวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา จึงขอเชิญชวนนิสิตนักศึกษา ทหาร และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตที่ กองธนาคารเลือด สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนธันวาคม 2554 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2354-7572

- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการเรื่อง “นวัตกรรมสู่การป้องกันมะเร็งปากมดลูกในหญิงไทย” พร้อมเปิดตัว “โรบอตเทคโนโลยีสุดล้ำ ระบบการตรวจมะเร็งปากมดลูกที่สมบูรณ์แบบเครื่องแรกในประเทศไทย” ที่ทำให้ผลการตรวจมีความรวดเร็ว แม่นยำ ได้มาตรฐาน ใน วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 10.00-12.00 น. ณ Grand Millennium Hotel สุขุมวิท (อโศก) สนใจสอบถามโทร. 08-1377-2111

- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ขอเชิญผู้สนใจฟังบรรยายเรื่อง “ดูแลอย่างไรให้ห่างไกลสมองเสื่อม” ใน วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 13.00–16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 12 อาคารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ สุขุมวิท 3 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับ 20 ท่านแรกที่สำรองที่นั่งล่วงหน้าจะได้รับการตรวจประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นเรื่องความจำเสื่อม (ผู้ที่ได้รับการตรวจต้องมีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป) สำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2667-2000

- โรงพยาบาลเจ้าพระยา ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการครอบครัวยุคใหม่...สุขใจเมื่อตั้งครรภ์” ครั้งที่ 4 ใน วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 09.00-12.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลเจ้าพระยา สำรองที่นั่งได้ที่คลินิกสูตินรีเวชเที่ยงคืน โทร.0-2434-1111 ต่อ 1208, 1218

- โรงพยาบาลไทยนครินทร์ร่วมกับ S-26 Mom ขอเชิญคุณแม่ตั้งครรภ์และผู้สนใจร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “5 สัมผัส สร้างลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์” ใน วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 08.30–12.00 น. ณ ห้องประชุม A ชั้น 4 โรงพยาบาลไทยนครินทร์ บางนา-ตราด กม. 3.5 สำรองที่นั่งฟรีได้ที่ โทร.0-2361-2727 ต่อ 3042, 3056
ที่มา เดลินิวส์