เคร็ด(ไม่)ลับเผยวิธีคิดแบบคนเก่ง

‘คนเก่ง’ เขามีวิธีคิดกันอย่างไร วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์ มีมาบอก

- คิดในแง่บวกและศรัทธาในตัวเอง เพราะการมองโลกในแง่ดีและทำทุกอย่างเต็มกำลัง ด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน มีชีวิตชีวา กระตือรือร้น จะทำให้คุณพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามาได้ ที่สำคัญต้องมั่นใจในตัวเอง

- เรียนรู้จากความผิดพลาด เปิดใจให้กว้าง ยอมรับความจริง แล้วหันมาทบทวนว่ามีขั้นตอนไหนที่ผิดพลาดไปบ้าง เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ให้ดีกว่าเดิม

- ตามล่าฝัน ตั้งใจจริงและทุ่มสุดตัวที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมาย เพื่อเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คุณสานฝันสู่ความจริง

- ค้นหาบุคคลต้นแบบ เพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตามแนวคิด วิธีการทำงาน นำจุดเด่นในตัวเขา มาปรับใช้ให้ชีวิตก้าวสู่ความสำเร็จ

คุณเองก็ 'เก่ง' ได้ ลองดู

เคร็ด(ไม่)ลับเผยวิธีคิดแบบคนเก่ง
ที่มา เดลินิวส์

อร่อยเข้มข้น 'หลนปูทะเล' หอมผักโขมอบชีสรสกลมกล่อม

เมื่อครั้งที่ผมและคุณพ่อจะไปถ่ายทำรายการเพื่อออกอากาศในรายการปลากริมไข่เต่า เราแวะไปกินข้าวกันก่อนที่จะไปถ่ายทำ ซึ่งก่อนที่จะไปกินข้าวกันนั้นก็มีอะไรรองท้องกันไปบ้างแล้ว สนุกสนานดีครับ ได้พูดคุยกันอย่างสำราญกับคุณพ่อ

วันนั้นผมได้ถามเลขาฯ ของคุณพ่อซึ่งเป็นน้องผม ทำงานมาเป็นเวลา 30 กว่าปีแล้วครับ ว่าเราจะไปกินข้าวที่ไหนกันดี เขาตอบผมกลับมาว่าไปแถวมหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ จะมีร้านหนึ่งชื่อว่า ร้านนนทรี เรสเตอรองต์ หาง่าย ไม่ยุ่งยากเลยครับ

เมื่อไปถึง ถามไปถามมา ปรากฏว่า ร้านนี้เป็นของ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ศิษย์เก่าวชิราวุธทั้งหมดเลยครับ ซึ่งผมเองไม่ใช่ศิษย์เก่าวชิราวุธนะครับ แต่น้องชายและเพื่อน ๆ ของผมหลายคนเป็นศิษย์เก่าวชิราวุธกัน ทำให้ผมรู้สึกมีความผูกพันและคุ้นเคยกันพอสมควร

พี่เจ้าของร้าน ซึ่งความจริงแล้วเขามีอาชีพเป็นทนาย แต่ที่มาเปิดกิจการร้านอาหารเป็นเพราะว่าชอบร้อง เพลง โดยที่ร้านมีนักร้องที่มีชื่อเสียงรุ่นหลังคุณพ่อผม ซึ่งอายุประมาณ 50 ปี เป็นรุ่นเก่า ๆ นะครับ จะสลับหมุนเวียนกันมาร้องเพลงที่ร้านตลอดครับ

ที่ร้านนี้ บรรยากาศดีครับ มีเฉลียงที่นั่งข้างนอกได้ และมีร่มไม้ทำให้ร่มรื่นครับ โดยรอบ ๆ ร้านสะอาด พนักงานก็บริการดีครับ คุณพ่อยังไม่หิวเท่าไหร่แต่ก็อยากทานเพราะเคยมาที่นี่แล้วรู้ว่ารสชาติอาหารของที่นี่อร่อย คุณพ่อ จึงสั่ง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ รสชาติดีครับ น้ำพริกอร่อยได้ครบรส ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน ส่วนผมสั่งต้มยำปลาคัง

เผอิญเพื่อนของพี่เจ้าของร้านเขาทำ พะแนงเนื้อ มาให้กิน ต้องบอกว่าพวกพี่เขา เก่งจริง ๆ ครับ ทำกับข้าวได้อร่อย ตอนแรกผมคิดว่าที่ร้านนี้เป็นคนทำ ที่ไหนได้ ไม่ได้ทำมาจากร้านนี้ คงต้องถามพี่เขานะครับว่าจะทำมาให้กินอีกเมื่อไหร่

สำหรับ ต้มยำปลาคัง เนื้อปลาสด อร่อย และแซบมากครับ แม้น้ำจะใสแต่รสชาติ ดีใช้ได้เลยครับ กลมกล่อม และมีความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลา จากนั้น ผมบอกว่าลองชิมอาหารฝรั่งดูบ้าง เลยสั่ง ผักโขมอบชีส มากินดูครับ เมื่อได้ชิมแล้ว อร่อยครับ แถมยังมีเบคอนชิ้นใหญ่ด้วย

ต่อมาเป็น แกงส้มครับ ผมต้องเรียนให้เพื่อน ๆ ทราบว่าแกงส้มของที่ร้านนี้อร่อยและรสชาติไม่หวานครับ เพราะคนกรุงเทพฯ ชอบทำแกงส้มรสชาติหวาน ทำให้คนไทยติดกินอาหารที่มีรสชาติหวานนำไปเลย การกินแกงส้มให้ได้รสชาติอร่อยมากขึ้น ต้องกินกับ ไข่เจียว ครับ

ผมถามไปว่ามีอะไรกินกับผักไหมครับ พี่เขาบอกว่าหมึกแดงลอง หลนปูทะเลของพี่ดูไหม ผมเข้าใจว่าจะต้องเป็นน้ำมาเลย แต่ที่ไหนได้มาเป็นตัวปูเลยครับ มีกระดองปูมาด้วย เป็นหลนที่ข้นมาก มีเนื้อปู เนื้อกุ้ง อยู่ในกระดองปู ผมกินกับขมิ้นขาวและเหยาะน้ำปลาเล็กน้อยคลุกกับข้าว อร่อยอย่าบอกใครเลยครับ

พี่เจ้าของร้านถามผมอีกว่า หมึกแดงชอบทานอาหารอิสลามไหม จำพวกโรตีมะตะบะชอบหรือไม่ ผมตอบไปว่ากินได้ครับ ไม่นานนักก็มีมะตะบะมาให้ผม ชิ้นใหญ่มากครับ หั่นแบ่งออกมาได้ 6 ชิ้น ซึ่งทอดมาได้หอม เหลือง น่ากินมากครับ ไส้ของเขาหอมมากครับ กินกับอาจาด น้ำใส ๆ ไม่ใช่น้ำเหนียว ๆ นะครับ แล้วก็ไม่เปรี้ยวจัดจนเกินไป ผมกินไป 3 ชิ้นครับ คงไม่ต้องบอกหรือบรรยายอะไรกันมากนะครับ ว่าอร่อยแค่ไหน เพราะผมกินคนเดียวไปครึ่งแผ่นเลยครับ

กินข้าวกันไปเพลิน ๆ ข้าวและน้ำแกงส้มยังเหลือ แต่คนที่สตูดิโอโทรศัพท์มา บอกว่าคุณศรรามมาแล้วก็เลยบอกพ่อว่าต้องไปแล้ว ไว้วันหน้าเรามาใหม่ ช่วงเย็น ๆ มานั่งกินและฟังเพลงกัน

ที่นี่เขามีจัดบุฟเฟ่ต์ งานเลี้ยง งานแต่งงาน ซึ่ง มีอาหารทั้งไทย จีน และ อิสลามครับ มีให้เลือกทุกอย่าง ผมไม่ทราบว่าครัวเขาทำได้อย่างไร แต่ที่กินมาผมก็ยอมรับว่าอร่อยครับ.
ที่มา เดลินิวส์

อร่อย 'ฉูฉี่ปลาหมอ' รสจัดจ้าน หอมชวนทานบะหมี่เกี๊ยวน้ำฮ่องกง

สัปดาห์นี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปชิมอาหารพร้อม ๆ กันทีเดียว 2 ร้านเลยนะครับ ร้านหนึ่งอยู่กลางใจเมืองส่วนอีกร้านอยู่เลยรังสิตคลอง 5 ไปเล็กน้อยครับ ชื่อว่าร้าน ครัวคนคลอง เมื่อผมเห็นร้าน ผมคิดในใจว่า พาผมมากินอะไร ร้านก็เป็นร้านเล็ก ๆ ด้านนอกมีที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กับบ่อปลา เป็นศาลาเล็ก ๆ ให้นั่ง 2-3 โต๊ะ ส่วนด้านหน้าติดกับถนน ภายในร้านอาหารมีทีวีและมีที่นั่งอยู่ 2-3 โต๊ะ นั่งได้ไม่เกิน 20-30 คนเท่านั้น ไม่รู้เลยว่ารสชาติของอาหารจะอร่อยหรือไม่ แต่คนที่พาผมไปบอกว่า รับรองอาหารอร่อยแน่

เมื่อไปถึง ระหว่างรออาหาร ผมก็นั่งคุยกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางพลังงานปรมาณูเพื่อสันติและเป็นนักวิชาการถนอมอาหารซึ่งไปด้วยกัน นั่งคุยกันไป คุยกันมา ไม่นานนักอาหารก็มาเสิร์ฟ สิ่งแรกที่มาใส่จานง่าย ๆ ไม่ได้แต่งให้สวยอะไร นั่นคือ ฉู่ฉี่ปลาหมอ เห็นปลาหมอแล้ว ทำให้นึกถึงสมัยก่อน ปลาหมอตัวใหญ่กว่าฝ่ามือผมอีกนะครับ แต่เดี๋ยวนี้เล็กกว่าฝ่ามือผมอีก แต่อาหารจานนี้มีกลิ่นหอมมาก และที่อร่อย ที่สุด คือ เครื่องแกงที่เขา ทำเอง รสชาติกลมกล่อมมาก ถ้าใครไม่ชอบเผ็ดก็อย่าไปทานนะครับ เพราะรสชาติจัดจ้าน มากครับ

จานต่อมาเป็น กบทอดกรอบ มีหนังติดมาด้วย ทอดมาทั้งตัวเลยครับ ผมชอบมาก เขาคลุกเคล้าด้วยรากผักชี กระเทียมพริกไทย ซอสปรุงรสและเกลือหรืออาจจะใส่น้ำตาลปี๊บด้วยเล็กน้อย อร่อยครับ

หลังจากนั้นมี เนื้อกวางผัดเผ็ด ซึ่งผัดได้ไม่มีน้ำขลุกขลิกเลยครับ แต่ต้องขอตินิดเดียวว่า ความเค็มยังไม่พอ คงเป็นเพราะว่าผมกับคุณพ่อชอบกินเค็มกันพอสมควร อาหารจานนี้ถ้าได้กินเปล่า ๆ จะเผ็ดมากเลยครับ แต่ของกินที่ไม่เผ็ดก็มีนะครับ เป็น ซูเปอร์หมูตุ๋น มาในหม้อเลยครับ ไม่เผ็ดแต่เปรี้ยวจัดจ้านมากครับ

อีกจานหนึ่งเป็น กุ้งผัดน้ำพริกเผา จานนี้ก็ไม่เผ็ดจนเกินไปนักเพราะมีความหวานของน้ำพริกเผา จริง ๆ แล้วผมไม่อยากให้รสชาติหวานขนาดนี้ แต่ด้วยกับข้าวจานอื่น ๆ ที่รสชาติเผ็ดจัดจ้านมาก เลยทำให้ กุ้งผัดน้ำพริกเผาหวานกำลังพอดี และอยากบอกว่าที่ร้านผัดกุ้งได้ดีมาก เขาเอากุ้งไปลวกก่อน เสร็จแล้วก็ผัดเครื่องแล้วเอากุ้งลงไปรวน แล้วก็เอาขึ้นมาครับ

ส่วน ต้มยำไก่บ้าน น้ำใส ๆ แต่รสชาติดีเหลือเกินและมี ลาบลอยคนคลอง เขาทำแบบแปลก ๆ เหมือนไส้กรอกอีสานมากแต่อร่อยครับ ไส้ข้างในทำเหมือนลาบแล้วเอาลงไปทอด ยังมี ลาบเป็ด ทำแบบแห้ง ๆ ใส่ข้าวคั่วมากหน่อยทำให้หอม รสชาติเข้มข้นดีครับ สมกับเป็นลาบของชาวอีสาน

มี ปลากะพงทอดน้ำปลา ด้วยครับ อร่อยเหมือนกันครับ เขามีน้ำยำสำหรับปลากะพงทอดน้ำปลามาให้ด้วยเป็นมะม่วงซอยมีหอมกับพริก ตามมาด้วย หมูแดดเดียว ที่เขาให้มาเคี้ยวเล่นครับ อร่อยดี

ส่วนร้านที่ 2 กลับไปในเมืองกัน ผมได้ไปชิมอาหารที่ร้านนี้เพราะคนที่ชวนผมบอก ว่า เป็นร้านอาหารเหมือนที่ฮ่องกง อยู่ที่สุขุมวิทซอย 26 ซึ่งจะมีศูนย์การค้าที่เรียกว่า เค-วิลเลจ ร้านจะตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า มีชื่อร้านว่า คิงพาเลซ คอนจี แอนด์ นูเดิลบาร์ ที่นี่เสิร์ฟอาหารฮ่องกงจริง ๆ ครับ อาหารฮ่องกง คือ อาหารที่คนฮ่องกงกินกันเป็นประจำทุกวัน ก็จะมีพวก ห่านย่าง ไก่ซีอิ๊ว หมูสามชั้นกรอบ หมูแดง และเนื้อตุ๋น ผมบอกว่าใครที่มาร้านนี้แล้วไม่สั่งเมนูที่ผมกล่าวถึงจะเสียใจนะครับ

มาที่นี่ต้องมาชิม หมูสามชั้นกรอบ อร่อยเหมือน ที่ฮ่องกงยังไงยังงั้นเลยครับ ส่วน หมูแดงฮ่องกง ผมชอบตรงหมูแดงที่เป็นขอบไหม้ ๆ ที่เหนียว ๆ ซึ่งมีรสหวาน ๆ เค็ม ๆ อร่อยครับ ส่วน ห่านย่าง ต้องเรียนตามตรงว่าห่านของประเทศไทยไม่เหมือนที่ฮ่องกง เพราะของเขาเป็นอีกพันธุ์หนึ่ง แต่รสชาติใช้ได้ครับ

ต่อไปผมได้กิน เนื้อและเอ็นเนื้อตุ๋น และ ไก่ซีอิ๊ว สำหรับไก่ซีอิ๊วของเขานั้นนุ่ม หอม ชวนกินมากครับ สรุปแล้วอร่อยทั้งคู่ครับ มีก๋วยเตี๋ยวหลอด 2 ชนิด แต่ก๋วยเตี๋ยวหลอดที่ผมกิน คือ ก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋

นอกจากนี้ยังมี บะหมี่เกี๊ยวน้ำฮ่องกง และมี เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วเนื้อ อร่อยครับ แต่ต้องกินแบบฮ่องกงนะครับ คือ ใช้น้ำมันพริกผัดครับ ทั้งเกี๊ยว บะหมี่และเส้นหมี่ของเขาทำได้ดีมากครับ เหนียว นุ่ม แบบเมืองจีนเลยครับ เส้นจะเล็ก ๆ

ยังมี คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย จานนี้อร่อยมาก ส่วนผมชอบมากที่สุด คือ โจ๊กเนื้อ ครับ เพราะเนื้อนุ่มมากเหมือนละลายในปากเลยครับ ส่วน โจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับตับ เขาลวกตับได้หวาน กรอบไม่แข็งเลยครับ ส่วนของหวานเป็น วุ้นนมสดกับซอสมะม่วงไทย ใช้ได้ครับ ใครมีเวลาลองแวะไปชิมกันดูนะครับ อร่อยทั้ง 2 ร้านเลยครับ.

@@@@

เข้าครัวกับหมึกแดง 'เค้กผลไม้'

เครื่องปรุง
-อินทผลัมไร้เม็ด 1 ถ้วยตวง
-วอลนัท 1 ถ้วยตวง
-เชอรี่ในน้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
-แป้งสาลีบัควีท(ทำหน้าเค้ก) 1/4 ถ้วยตวง
-ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง
-น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง
-น้ำตาลทรายแดง 1/3 ถ้วยตวง
-เนยจืดนุ่มแล้ว 3 ช้อนโต๊ะ
-วิปปิ้งครีม 1/4 ถ้วยตวง
-กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
-ผิวส้มขูด 1 ช้อนชา
-แป้งสาลีบัควีท 3/4 ถ้วยตวง
-ผงฟู 2 ช้อนชา
-ไข่ขาว 3 ฟอง

วิธีทำ
1. เปิดเตาอบให้ร้อนที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
2. นำแม่พิมพ์มาทาเนยด้านในให้ทั่ว แล้วโรยด้วยแป้งสาลีบัควีทให้ทั่ว แล้วเคาะส่วนที่เหลือออก พักแม่พิมพ์ไว้
3. ในชามผสมใหญ่ ผสมอินทผลัม วอลนัท เชอรี่ในน้ำเชื่อม และแป้งสาลี บัควีทเข้าด้วยกัน พักไว้
4. ในชามผสมอีกใบ ใส่ไข่แดง น้ำตาลทราย ตีให้เข้ากันจนกระทั่งเป็นครีมสีเหลืองอ่อน จากนั้นเติมเนยจืดนุ่มแล้ว วิปปิ้งครีม กลิ่นวานิลลา ผิวส้มขูด ผสมให้เข้ากัน
5. ผสมแป้งสาลีบัควีทกับผงฟูที่ร่อนแล้วเข้าด้วยกัน แล้วนำไปผสมกับส่วนผสม (ในข้อ 4)
6. ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู แล้วตักแค่ 1/4 ของจำนวนทั้งหมดลงไป ผสมกับส่วนผสมใน ข้อ 5 แล้วค่อยใส่ไข่ขาวที่เหลือลงไปผสม ทีละ 1/4 ของปริมาณของไข่ขาวทั้งหมด จนกระทั่งหมด
7. นำส่วนผสมที่มีไข่ขาวแล้ว ลงไปผสมกับชามผลไม้ที่เตรียมไว้ ใส่น้ำตาลทรายแดง คนพอเข้ากัน
8. ตักส่วนผสมที่ได้ลงในแม่พิมพ์ให้ทั่ว โดยให้ส่วนผสมพูนขึ้นมาตรงกลางพิมพ์ ปิดหน้าเค้กด้วยกระดาษฟลอยด์ 9. นำเข้าเตาอบ อบประมาณ 40 นาที แล้วเปิดกระดาษฟลอยด์หน้าเค้กออก อบต่ออีก 15 นาที หรือจนกระทั่งสุก 10. นำเค้กออกจากเตาอบ วางไปบนตะแกรง ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วจึงเคาะออก แล้วห่อด้วยกระดาษฟลอยด์เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2 สัปดาห์

ความรู้คู่ครัว
- ไข่ขาวที่ตีและผสมเข้าไปในส่วนผสมของเค้กนั้น เปรียบเสมือนผงฟู เพราะฟองอากาศในไข่ขาวที่ตีแล้วจะทำให้เค้กฟู และเค้กเบามากขึ้นเวลาอบ.
ที่มา เดลินิวส์

มาดูนิสัยลูกคนโต พี่คนกลาง น้องคนเล็ก

บ่อยครั้งที่มักตัดสินลูกๆ ว่า ก็เพราะเขาเป็นลูกคนโต หรือเพราะเป็นน้องเล็กสุดท้อง นิสัยเลยเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้วันนี้ขอนำเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับลักษณะนิสัยของลูกคนโต คนกลาง และคนเล็ก (โดยส่วนใหญ่) อย่างนั้นก็ลองมาดูสิว่านิสัยของลูกแต่ละคนเป็นอย่างไร

นิสัยลูกคนเดียว
ข้อดี : เป็นคนที่มุ่งมั่นในการทำงาน รู้จักจัดระเบียบให้กับชีวิต มีความรับผิดชอบ
ข้อเสีย : เป็นคนที่ค่อนข้างดื้อ เจ้าคิดเจ้าแค้น มักชอบเรียกร้อง และไม่ค่อยยอมรับความผิดพลาดของตัวเองทนต่อเสียงวิจารณ์ได้น้อยและค่อนข้าง sensitive

นิสัยลูกคนโต
ข้อดี : เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ ต้องการมีอำนาจหรือโดดเด่นเหนือคนอื่น เป็นคนที่มีความเที่ยงตรงและตรงต่อเวลา คนที่เป็นลูกคนโตมักยึดความถูกต้องเป็นหลัก
ข้อเสีย : มักเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย ชอบใช้อำนาจหรือบีบบังคับเมื่อต้องการให้ใครทำอะไรให้ตัวเอง บางครั้งก็มักวางตัวว่ารู้ไปเสียทุกเรื่องจึงมักผิดพลาดได้ง่าย เพราะไม่ค่อยไว้วางใจคนอื่นเหมือนกับที่วางใจตัวเอง

นิสัยลูกคนกลาง
ข้อดี : เป็นคนที่น่าคบหา มีมนุษย์สัมพันธ์ดี และมักทำให้คนที่อยู่ด้วยมีความสุข ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายเหมือนทะเลไร้คลื่น รักความสงบมีความเป็นมิตรให้กับคนรอบข้าง เป็นนักฟังที่ดีและมีความตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นมีความสุขจึงมีแนวโน้มที่จะ เป็นนักแก้ปัญหาให้กับคนอื่นได้ดี
ข้อเสีย : มีความกระตือรือร้นน้อยกว่าคนที่เป็นลูกคนโตและเนื่องจากต้องการเป็นที่ยอม รับของคนอื่น จึงมักทำให้คนที่เป็นลูกคนกลางพยายามทำตัวตามความต้องการของคนอื่น หรือทำให้คนที่คบรอบข้าง มีความสุขจนเกินขอบเขต หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดไว้จึงมักลงโทษตัวเอง หรือมองตัวเองในแง่ลบไป

นิสัยลูกคนเล็ก
ข้อดี : มักเป็นคนที่สนุกสนาน ร่าเริง มีความเป็นมิตรกับคนรอบข้าง เข้ากับคนได้ง่าย เป็นคนที่อบอุ่น น่าคบหา เป็นคนเปิดเผย จริงใจ
ข้อเสีย : มักเบื่อง่าย ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางค่อนข้างเอาแต่ใจ เมื่อคบหากับใคร ช่วงแรกๆ ก็ดูน่าตื่นเต้น น่าสนุกสนาน แต่เมื่อความสนุกสนานหมดไป ก็เหมือนงานเลี้ยงเลิกรา การสร้างความสัมพันธ์ที่จริงจังและเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวจึงดูเป็นเรื่อง ยากสักหน่อย

เกี่ยวกับชีวิตคู่

คู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนโต : น่าจะไปด้วยกันได้ยาก ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายเอาอกเอาใจ หรือหัวแข็งด้วยกันทั้งคู่ ดูเหมือนเส้นทางชีวิตคู่จะเต็มไปด้วยขวากหนามแห่งความไม่เข้าใจกัน

คู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนกลาง : จุดอันตรายของคนคู่นี้ อยู่ที่ว่าลูกคนกลางมักจะเป็นคู่รักที่ดีของทุก ๆ คน แต่เมื่อมาเจอกับคนที่เป็นลูกคนโต ซึ่งมักชอบวางอำนาจแม้ว่าคนที่เป็นลูกคนกลางจะยอมโอน อ่อนผ่อนตาม แต่นานๆ เข้าคนที่เป็นลูกคนกลางก็จะรู้สึกแย่ๆ กับตัวเอง และจะสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองลง ความพยายามที่จะทำให้คู่รักที่เป็นลูกคนโตชื่นชอบ ก็จะหมดไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากคนที่เป็นลูกคนกลางมีนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็กก็จะเป็นคู่ ที่ไปด้วยกันได้ดีทีเดียว

คู่ที่เป็นลูกคนโตกับลูกคนสุดท้อง : จัดว่าเป็นคู่ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวที่สุด เพราะคนที่เป็นลูกคนโตจะช่วยสอนให้คนที่เป็นลูกคนเล็กรู้จักการจัดระเบียบ ให้กับชีวิตซึ่งช่วยให้แก้ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ดี ในขณะที่คนที่เป็นลูกคนเล็กก็จะนำความสนุกสนาน ร่าเริง มาให้คนที่เป็นลูกคนโต ก็ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องซีเรียสนี่นา

คู่ที่เป็นลูกคนกลางทั้งคู่ : คู่นี้อาจจะเป็นไปได้ 2 ทางคือหากคนหนึ่งมีนิสัยค่อนไปทางลูกคนโตและอีกคนมีนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็ก คู่นี้จะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันทีเดียว แต่ถ้าหากทั้งคู่เป็นคนที่ไม่ยืดหยุ่น ถึงแม้จะพอประคับประคองชีวิตคู่กันไปได้ แต่ต้องเก็บงำความเจ็บช้ำไว้ข้างในตามนิสัยของลูกคนกลางที่ไม่ค่อยพูดอะไร ออกมา คู่นี้ไม่มีปัญหาเรื่องการนอกใจกัน

คู่ที่เป็นลูกคนกลาง กับลูกคนสุดท้อง : ถ้าคนที่เป็นลูกคนกลาง มีลักษณะค่อนไปทางลูกคนโต คู่นี้จะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดี แต่หากเป็นแบบลูกคนกลางจริงๆ แล้ว ก็มักจะคล้อยตามให้เห็นดีเห็นงามกับการใช้ชีวิตในสไตล์ของลูกคนเล็กคือ มักจะขาดความรับผิดชอบและมักสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นเนืองๆ และถ้าเป็นลูกคนกลางที่มีนิสัยค่อนไปทางลูกคนเล็กแล้วละก็ ชีวิตคู่ดูจะยุ่งยากทีเดียว

คู่ทีเป็นลูกคนเล็กด้วยกันทั้งคู่ : คนคู่นี้ ค่อนข้างร่าเริง มองโลกด้วยความสนุกสนาน แต่มักไม่ใช่พวกที่ชอบแก้ปัญหา เป็นคู่รักที่น่าอิจฉาแต่อาจจะเป็นคู่ชีวิตที่ไม่ยั่งยืนนัก
ที่มา http://webboard.sanook.com/forum/3313824

30 วิธี เผาผลาญแคลอรี่ใน 30 วัน

30 วิธี เผาผลาญแคลอรี่ใน 30 วัน

เกร็ดความรู้ เคล็ดลับ เพื่อ สุขภาพ วันนี้เรามีเรื่องดีๆ มาฝากเพื่อน ๆ กันอีกแล้ว นั่นคือ เกร็ดความรู้ เคล็ดลับ เพื่อ สุขภาพ เรื่อง 30 วิธี เผาผลาญแคลอรี่ใน 30 วัน สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา ออกกำลังกาย และระบบเผาผลาญอาหารต่ำ 30 วิธีต่อไปนี้จะทำให้เพื่อนๆ เผาผลาญแคลอรีได้ง่าย ๆ เลย...

การเผาผลาญแคลอรีสำหรับบางคนแล้วอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ระบบเผาผลาญอาหารต่ำ และไม่มีเวลาออกกำลังกาย ต่อไปนี้คือ 30 วิธีที่จะทำให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้ง่ายๆ (ไม่มากก็น้อย) ภายใน 30 วัน

1. ตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสาย โน้มตัวลงใช้มือแตะสลับเท้า รวมทั้งจัดเตียงและพับผ้าปูที่นอนให้เข้าที่เข้าทางและดูเรียบร้อยทุกวัน แค่ 20 นาที ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สวย

2. ยืดเวลา "ยืน" แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันให้นานขึ้น

3. จัดห้องด้วยตัวเอง ถึงเวลาเสียทีสำหรับการตกแต่งห้องใหม่ เริ่มด้วยการย้ายรูปภาพ เลื่อนตำแหน่งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา โคมไฟ และอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณเสียเหงื่อมากกว่าการนอนนิ่งอยู่บนโซฟา

4. ดูดฝุ่นด้วยตัวเอง เปลืองเวลาแค่ 20 นาทีครับ ทำตอนดึกๆ หรือหลังกลับจากที่ทำงานก็ได้

5. ตัดใจและจัดการทิ้งข้าวของที่ไม่ใช้ เช่น กระดาษ และแมกกาซีนกองโตที่ตั้งเรียงสูงเกือบถึงเพดาน

6. รักษาโลกสีเขียวของทุกคนด้วยการแยกขยะออกเป็นประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋อง แก้ว ขยะมีพิษ และขวดพลาสติก

7. เมิน "Car Care" หรือร้านล้างรถชั่วคราว แล้วหันมาล้างรถด้วยตัวเองที่บ้านของคุณ

8. ตกแต่งกิ่งก้าน ดึงวัชพืช รดน้ำต้นไม้ รวมถึงซ่อมรั้วที่คุณจดๆ จ้องๆ จะซ่อมมานาน

9. ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข อย่าลืมพามันออกวิ่งและเที่ยวใกล้ๆ บ้าน ส่วนใครที่ไม่รักสัตว์ คุณยังมีเครื่องเล่น MP3 และเพลงเพราะๆ จากหูฟังดีๆ ที่จะช่วยให้คุณวิ่งหรือเดินได้นานขึ้นกว่าเดิม

10. ใช้รถเข็นซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าไม่เคยทำ เราอยากให้คุณลองซื้อของใช้เข้าบ้านสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลาเดินให้นานขึ้น ลองดูครับ เข็นแล้วเดินไปรอบๆ อย่างน้อย 20-30 นาที

11. จอดรถของคุณไว้ที่บ้าน แล้วเดินหรือใช้รถสาธารณะแทน

12. หนังสือที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่าน แกะออกจากถุงดีกว่าครับ ใช้เวลานิดหน่อยจัดเรียง และถ้าชั้นวางของไม่พอก็วางแผนต่อชั้นวางใหม่ด้วยตัวเองเสียเลย

13. ถ้าเล่นดนตรีเป็น ลองเล่นดนตรีชิ้นโปรด โดยเฉพาะแซ็กโซโฟน เปียโน และกลอง แต่ถ้าไม่สะดวก ลองเปิดเพลงโปรดแล้วเต้นดูก็ได้ครับ หรือจะโค้งเชิญคนรู้ใจที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ให้ลุกขึ้นมาขยับด้วยก็ได้...ไม่ว่ากัน

14. หลังจากกดปุ่ม "Start" พยายามปลีกตัวออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ เดินไปไหนมาไหนในบ้านบ้าง บางครั้ง คุณก็ควรปล่อยวาง และใช้เวลา 25 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับการเช็กอี-เมล์

15. อาสาล้างจานแทนสาวๆ หลังจบงานปาร์ตี้ที่บ้านของเธอ

16. ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรี

17. เดินทักทายเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องในแผนกในบางโอกาส

18. กินอาหารกลางวันนอกที่ทำงาน แทนการซื้อเข้ามา โดยไม่ได้ลุกออกไหนเลย

19. เดินดูสินค้าในแผนกเครื่องเสียงหรือแผนกไอที

20. ถ้าคุณมีความสามารถในด้านการทำอาหาร หรืออย่างน้อย ก็อุ่นอาหาร ใช้เวลาในการทำกิจกรรมนี้สักประมาณ 20 นาที

21. ในการขึ้น-ลงไม่กี่ชั้นในสำนักงาน คุณควรเลือกใช้บันได แม้แต่ในบ้านก็ใช้บันไดในการออกกำลังกายได้ด้วยการเดินขึ้น-ลงเป็นเวลาประมาณ 5 นาที

22. ในงานเลี้ยง การนั่งอยู่ที่โต๊ะโดยไม่ลุกไปไหน นอกจากจะทำให้คุณเป็นคนไม่น่าสนใจแล้ว ไขมันของคานาเป้ แซนด์วิชแฮมชีสและเบียร์ที่คุณดื่มยังทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย ทางที่ดีคุณควรลุกขึ้นมาขยับและเริ่มบทสนทนาเดินคุยกับผู้คนหน้าใหม่ๆ หรือไม่ก็หันมาโชว์สเต็ปทันทีที่ได้ยินเพลงโปรดของตัวเอง

23. ถึงจะเป็นงานของผู้หญิง แต่คุณก็สามารถพับหรือรีดเสื้อผ้าที่คุณใช้อยู่เป็นประจำได้

24. ถ้าคุณเป็นคนชอบดูรายการโทรทัศน์ อย่าลืมลุกไปทำโน่นทำนี่ทุกครั้งที่มีโฆษณา

25. หาซื้ออุปกรณ์ง่ายๆ อย่างดัมเบลล์ หรือเสื่อโยคะติดบ้านไว้ อาจรวมถึงเครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับคนที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างจริงจัง

26. การบิด สะบัด และตากเสื้อผ้าเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดี แม้ว่าคุณจะซักด้วยเครื่องตามปกติ

27. เป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว ด้วยการอาสาทำงานออกแรงที่สุภาพสตรีไม่ถนัด

28. เดาะบอลที่สนามหลังบ้าน หรือไม่ก็วิ่งบนลู่วิ่งเก่าเก็บที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้งาน

29. "ยืน" คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเรื่องพรรคการเมือง "พรรคนั้น" เรื่องฟุตบอลแมตช์ที่ผ่านมา หรืออ่านบทความสำคัญใน Forbes ไปจนจบ ใช้เวลา 22 นาทีก็น่าจะลงตัว

30. และสำหรับข้อสุดท้ายที่หลายคนสนใจมีวิธีการง่ายๆ ต่อไปนี้ คือ คุณสามารถงีบหลับไปได้ 45 นาที ซึ่งจะช่วยเผาผลาญได้ถึง 50 แคลอรี จากการสูดอากาศหายใจ ก็อย่างที่คุณรู้น่ะครับ แค่ขยับ..ก็เท่ากับออกกำลังกาย

ที่มา : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=980583#ixzz15Rx5XYpI