อย่าห้ามเด็กพูดคนเดียว

ผู้ปกครองหรือคนที่มีโอกาสอยู่ร่วมกับเด็กเล็กที่อายุไม่ถึง 10 ขวบ อาจจะเคยพบว่า ลูกหลานชอบพูดคนเดียว เหมือนเป็นพฤติกรรมที่ไร้สาระ แต่แท้จริงแล้วการกระทำนั้นเป็นสิ่งสำคัญและส่งผลต่อชีวิตและอุปนิสัยของเด็กในอนาคต

นักจิตวิทยาค้นพบว่า การพูดพึมพำคนเดียวของเด็กแสดงว่า เด็กคนนั้นกำลังใช้ความพยายามแก้ปัญหาหรือไขความสับสน ยิ่งกิจกรรมยากเขาก็จะยิ่งพูดกับตัวเองมาก ดังนั้น หากผู้ใหญ่เห็นเด็กพูดกับตัวเองควรเข้าไปช่วยชี้แนะหรือให้กำลังใจ ไขข้อข้องใจของเด็กว่า ต้องทำเช่นนั้นเพราะอะไร เด็กจะได้เห็นวิธีการแก้ปัญหา และค่อยๆ ให้เด็กพึ่งตัวเองในครั้งหน้า เมื่อโตขึ้น เด็กจะสามารถแก้ปัญหาชีวิตได้ด้วยตนเอง

แต่หากผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้เด็กพูดพึมพำกับตัวเอง เด็กจะกลายเป็นคนเก็บกด ไม่กระตือรือร้นในการทำกิจกรรมหรือเรียน และเมื่อโตขึ้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ในที่สุด.
ที่มา เดลินิวส์

'แพนเค้ก' รับจูบจริง 'เป้' ลั่นทำไปตามบท

เป็นเพราะในละคร “เธอกับเขาและรักของเรา” มีฉากที่นางเอกสาว แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ จูบกับพระเอกหนุ่ม เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ออกมาถี่เหลือเกิน เลยตอกย้ำกระแสข่าวที่ทั้งคู่มีด้วยกันก่อนหน้านี้ แถมยังมีข่าวลือว่าตั้งแต่แพนเค้กและพระเอกหนุ่ม เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ เลิกกัน ทำให้ถูกถอดจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าหลายชิ้น วันก่อนเจอหน้าแพนเค้กเจ้าตัวเลยแจกแจงข่าวทีละเรื่องซะเลย

แพนเค้ก เผยว่า “มันเป็นตามบทบาทมากกว่า ก็มีช่วงที่เสียใจมาก ๆ และก็มีช่วงความสุขอีกช่วงเดียว อาทิตย์หน้าละครก็จบแล้วค่ะ บทก็เขียนมาตามนั้น เราก็อยากทำให้ได้ตามที่เขาเขียนด้วยความตั้งใจ เราต้องเคารพในบทค่ะ พี่เป้เองก็มีขอโทษกันก่อน ซึ่งเราก็คุยกันในหลาย ๆ มุมอยู่แล้ว” จูบจริงทุกฉากเลยใช่มั้ย? “ก็มีมุมกล้องบ้างค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแรกที่แพนจูบจริง” …จะเป็นบรรทัดฐานของเราต่อไปเลยหรือเปล่าว่าต้องจูบจริง... “ความจริงเราต้องมีความพอดี แต่พอบทบาทใหม่ ๆ เข้ามา ที่เรามีโอกาสได้ทำ บางอย่างเราก็ต้องตามบทบาทนั้น ซึ่งเราเป็นนักแสดงและทำเต็มที่ในส่วนของการทำงาน แพนเชื่อว่าเราก็โอเค ไม่ได้กลับมาคิดอะไรค่ะ” แฟนคลับเราว่ายังไงบ้าง? “ไม่มีใครว่าอะไรค่ะ ก็แล้วแต่คนจะมองมากกว่า แพนก็อยากตั้งใจทำงานในส่วนตัวเอง” …เรากลัวสาว ๆ ที่ปลื้มเป้อยู่จะโกรธมั้ย... “(หยุดคิด)... คงมีค่ะ (หัวเราะ) ก็แล้วแต่ ให้ติดตามในละครละกัน” เรายอมจูบจริงเพราะเป็นเป้หรือเปล่า? “ไม่ค่ะ ก็ร่วมงานกันมาสักพักแล้ว เราก็ต้องมีการคุยกันก่อนว่าจะให้มันออกมาในทิศทางไหน”

...ข่าวว่าแม่แพนก็เชียร์เป้อยู่นะ... “ไม่มีอะไรแบบนั้นค่ะ เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเรา แต่คุณแม่จะคอยประคับประคองเสมออยู่แล้ว ในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นเรื่องวันข้างหน้า” เรียกว่าตอนนี้เราโสดสนิท? “ก็ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวอย่างเต็มที่ค่ะ ส่วนเรื่องจะเปิดรับใครมั้ย ก็ยังไม่มีอะไรตายตัว ช่วงนี้เราก็มีความสุขอยู่” …ตอนนี้สเปกต้องไม่ดื่มสุราหรือเปล่า... “ว้าย ! ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วค่ะ บางทีปัจจัยหลายอย่างก็เยอะ ต้องดูต่อไป” ได้ยินมาว่าข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้สินค้าบางตัวถอดเราออกจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์? “ไม่จริงนะ แพนยังมีโอกาสได้ทำงานของตัวเองตามปกติอยู่ ซึ่งแพนว่าข่าวแบบนี้ก็ไม่ใช่ข่าวอะไรที่น่าตื่นเต้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งของชีวิต ก็เดินหน้ากันไปค่ะ”.
ที่มา เดลินิวส์

เทคนิคการเก็บกุ้งให้สดปรุงรสอร่อย

เทคนิคการเก็บกุ้งให้สดปรุงรสอร่อย
วิธีเลือกซื้อกุ้งควรเลือกตัวที่เนื้อแน่น กลิ่นไม่เหม็นคาว หัวติดแน่นกับลำตัวและเปลือกใส หากเป็นกุ้งแช่แข็งให้แช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาหนึ่งคืน กุ้งก็จะละลายพร้อมปรุง แต่ถ้าต้องการปรุงอาหารทันทีให้แช่กุ้งในน้ำเย็นแล้วเปิดน้ำก๊อกลงไปในถ้วยที่แช่กุ้งด้วย ประมาณ 15 นาที กุ้งก็จะละลายนำไปประกอบอาหารได้

หากจะเก็บกุ้งให้ใส่กล่องพลาสติคแล้วใส่น้ำลงไปพอปริ่ม นำไปแช่ในช่องฟรีซ เมื่อจะใช้ก็ละลายน้ำแข็ง แต่ถ้าเป็นกุ้งแช่แข็งที่ละลายแล้ว ไม่ควรนำไปแช่แข็งเพื่อเก็บไว้ทาน เพราะเนื้อกุ้งจะยุ่ย รสชาติไม่ดี.

ที่มา ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

แผ่นป้าย'คำอวยพรอักษรจีน'เสริมโชคลาภ...สิริมงคล

ช่วงนี้เยาวราชกำลังคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน บ้างก็หาซื้อของไหว้ บ้างก็มองหา “แผ่นป้ายคำมงคล” เพื่อนำไปติดไว้ที่บ้าน

เรื่องราวการเขียนคำอวยพรของชาวจีนมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนจีนซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นและมีความหมายอย่างยิ่ง นิธิวุฒิ ศรีบุญชัยชูกุล อาจารย์พิเศษภาควิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เซียนพู่กันจีนอันดับหนึ่งของประเทศไทย เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการเขียนคำอวยพรจีนให้ฟังว่า แรกเริ่มของการเขียนคำอวยพรจีนเกิดจากการเขียนคำอวยพรคู่ที่เรียกว่า ตุ้ยเหลียน

การเขียนกลอนคู่ หรือ ตุ้ยเหลียน นั้น ประพันธ์โดย หลินต้าชิน หรือ หลิ่มไต่คิม ในภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นจอหงวนคนเดียวของชนแต้จิ๋วในยุคราชวงศ์หมิง มีลักษณะเป็นข้อความ 2 วรรค ที่มีดุลของเสียงและความหมาย กล่าวคือ มีจำนวนคำหรืออักษรเท่ากัน มีความหมายที่ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นเรื่องราวเดียวกันอย่างสละสลวย คำในทุกตำแหน่งเป็นคู่สมดุลกันอย่างกลมกลืน ความหมายก็เป็นสิริมงคลโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสกันก็ได้ เพราะมีเสียง หนักเบาที่สมดุลกัน ทำให้มีความไพเราะเป็นร้อยกรองอยู่ในตัวอยู่แล้ว เข้าลักษณะที่เรียกว่า กลอนเปล่า นั่นเอง

หลักในการติดคำกลอนคู่ หรือตุ้ยเหลียน มีอยู่ว่า กลอนบาทแรกจะต้องติดด้านขวาของผู้อ่าน และบาทที่สองจะติดทางด้านซ้ายของผู้อ่าน ถือเป็นเพชรงามในวรรณกรรมการประพันธ์อย่างหนึ่งของจีน สามารถใช้ในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานเทศกาลตรุษจีน เรียกว่า ชุนเหลียน นอกจากใช้ในเทศกาลตรุษจีนแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เนื่องในโอกาสวันเกิดได้อีกด้วย

นับจากนั้นก็กลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา และมีการเขียนตัวอักษรที่เป็นมงคลต่าง ๆ ตามมา โดยคำที่นิยม กันมาก คือ คำว่า ฝู ในภาษาแต้จิ๋ว อ่านว่า ฮก ถือเป็นอักษรที่มีความหมายเป็นมงคลมากที่สุดตัวหนึ่งของอักษรจีน

ตามความหมายดั้งเดิมจาก คัมภีร์หานเฟยจวื่อ ได้กล่าวไว้ว่า ฝู หมายถึง บุญวาสนา หรือโชควาสนา พร้อมด้วยทรัพย์ ยศศักดิ์และอายุยืน ซึ่งต่อมา ภายหลังได้แยกคำว่า ยศ ศักดิ์ ออกมาเป็น ลก หรือ ลู่ ส่วนความหมายของ อายุยืน คือ คำว่า สิ่ว หรือ โซ่ว และ คำว่า ฮก หรือ ฝู จึงมีความหมายเพียงแค่ ทรัพย์หรือโชคลาภ ซึ่งหากรวมกันแล้วจะเป็น ฮก ลก ซิ่ว เรียกว่า ตรีพิธพรของจีน ที่มีความหมายเป็นมงคลอย่างยิ่ง ซึ่งก็คล้ายกับจตุรพิธพรของไทย คือ พรสี่ประการ ได้แก่ อายุ วรรณะ สุขะ พละ นั่นเอง

แต่บางบ้านก็จะติดคำว่าฝู กลับหัว ซึ่งเกิดจากการเล่นคำพ้องเสียง เพราะเมื่อเขียนอักษรฝูกลับหัว จะอ่านว่า ฝู เต้า แปลว่า ตัวฝูกลับหัว ซึ่งตรงกับคำพ้องเสียงของคำว่า ฝู เต้า ที่แปลว่า ความสุข โชคลาภ วาสนามาถึงบ้านเราแล้ว

การเขียนคำกลอนคู่ หรือ คำอวยพร มักนิยมใช้กระดาษแดงและอักษรสีดำ โดยจะเห็นว่าแตกต่างจากประเทศไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ ที่จะนิยมเขียนคำอวยพรด้วยอักษรสีทอง ซึ่งตรงนี้ อ.นิธิวุฒิ อธิบายให้ฟังว่า ไม่ถือว่าเป็นการเขียนที่ผิด แต่เพิ่งจะมาเปลี่ยนตัวอักษรเป็นสีทองเมื่อ 30-40 ปีก่อนหน้านี้ หลังจากที่เริ่มมีการผลิตสีต่าง ๆ ขึ้นมา ทำให้คำอวยพรมีความงดงามเพิ่มมากขึ้น จากความแวววาวของสีทอง จึงเริ่มมีการใช้สีทองแทนสีดำในการเขียนคำอวยพร

“ตามหลักแล้ว หรือแม้กระทั่งในปัจจุบัน ในประเทศจีนก็ยังใช้กระดาษแดงและใช้หมึกสีดำในการเขียนคำมงคลต่าง ๆ เนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า กระดาษแดง ความหมาย คือ ความเป็นมงคล ส่วนหมึกสีดำ อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นงานอวมงคลหรืองานศพ งานเศร้าหมอง จริง ๆ แล้ว สีที่คนจีนถือว่าเป็นอวมงคล คือ สีขาว ไม่ใช่สีดำ แต่คนไทยใช้ความรู้สึกที่เกิดกับวัฒนธรรมไทยที่มองว่าสีดำเป็นสีอวมงคล ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่

สีดำเป็นสีหมึกจีน ที่เรียกได้ว่าเป็นสีดั้งเดิม ซึ่งอยู่ในรัตนะทั้งสี่ ซึ่งประกอบด้วย กระดาษ พู่กัน แท่นฝนหมึก และจานฝนหมึก ในสมัยก่อนการจะเขียนหนังสือจะต้องทำหมึกขึ้นมาไม่ได้มีเป็นขวดเหมือนในสมัยนี้ โดยจะต้องใช้แท่นฝนหมึกผสมกับน้ำ ฝนกับจานฝนหมึกจนกลายเป็นน้ำหมึกออกมาแล้วจึงนำมาเขียน ฉะนั้น การที่ใช้หมึกสีดำเขียนนั้น ก็สื่อถึงการใช้ภูมิปัญญาของคนจีนสมัยโบราณ ที่บ่งบอกถึงผู้มีความรู้ สีดำสำหรับคนจีนจึงไม่ใช่สีอวมงคล”

นอกจากการเขียนตุ้ยเหลียน หรือ คำกลอนคู่ คำมงคล รวมทั้ง คำอวยพรต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนิยมเป็นตัวอักษร 4 ตัว ที่บ่งบอกถึงการเฉลิมฉลองในเทศกาลวันตรุษจีนแล้ว ยังเป็นการอำนวยพรซึ่งกันและกัน ซึ่งคำอวยพรนั้นล้วนเป็นคำอวยพรที่เป็นมงคลทั้งสิ้น

“เป็นคำอวยพรให้มีความสุข ครอบครัวมีแต่ความเป็นสิริมงคล การค้าเจริญรุ่งเรือง รํ่ารวย ทุกคนในบ้านปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง เป็นการส่งมอบความสุข ความเป็นสิริมงคล ให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงให้กับผู้อื่นด้วย ถือเป็นวิธีที่ประหยัดและง่าย ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน นับเป็นการสืบสานวัฒนธรรมจีนได้อย่างมั่นคงวิธีหนึ่ง”

การเขียนคำอวยพร ในสมัยก่อนจะใช้ผู้ที่มีความสามารถในการเขียนพู่กันเป็นผู้เขียนให้ แต่ในปัจจุบันผู้มีความรู้ในการเขียนอักษรพู่กันจีนมีน้อยลง ทำให้มีการไปจ้างเขียนกันเกิดขึ้นซึ่งแหล่งใหญ่ก็คือ ย่านเยาวราช โดยจะพบเห็นได้บ่อยครั้งในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

อ.นิธิวุฒิ กล่าวด้วยว่า เมื่อเขียนคำอวยพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนิยมนำมาติดที่ประตูหน้าบ้าน เพราะประตูหมายถึง การเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่ประตูที่เราจะต้องผ่านเข้าไป จึงเป็นจุดที่คนจีนนิยมนำไปติดกัน โดยจะติดให้เห็นเด่นชัด หมายถึงว่า คนที่เข้าไปในบ้านก็มีความเป็นมงคล เมื่อออกจากบ้านก็มีความเป็นมงคล คนที่มาพบเห็นก็มีความเป็นมงคล ทุกคนก็จะมีความสุขที่สื่อออกมาจากความหมายของตัวอักษรในนั้นด้วย

ส่วนใหญ่จะนิยมติดกันก่อนวันตรุษจีน 1 วัน หรือเมื่อไหว้เจ้าเสร็จแล้วค่อยติดก็ได้ เพื่อรับโชคเข้ามาในวันปีใหม่ ซึ่งใครจะเป็นผู้ติดก็ได้ แต่ที่นิยมกันก็จะเป็นผู้ใหญ่ในบ้าน อาทิ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับการติดคำอวยพรจีนนั้น เมื่อติดไปได้สักระยะหนึ่ง พอซีด ๆ ช่วงกลางปี ก็จะเอาออกกันแล้ว เมื่อถึงตรุษจีนปีหน้าก็เขียนใหม่ โดยมีความเชื่อว่า ยิ่งเขียนใหม่ก็ยิ่งมีความสุขทุก ๆ ปี ไม่จำเป็นต้องติดให้เป็นถาวรวัตถุ ปีใหม่ก็เขียนใหม่ ทำใหม่ขึ้นมา จะเป็นป้ายเล็กหรือป้ายใหญ่ก็ตามขนาดประตูของบ้าน ไม่ได้บ่งบอกอะไร โดยทุกตัวอักษรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ถือเป็นสิ่งมงคลทั้งสิ้น.

ทีมวาไรตี้
ที่มา เดลินิวส์

แนะวิธีมาเป็นภรรยาที่ดีกันเถอะ

เป็นความจริงที่ผู้หญิงหลายท่านอาจไม่ทราบ แต่สิ่งที่เรียกว่าคุณสมบัติ ของ "ภรรยาที่ดี" นั้นมีอยู่ในตัวของทุกท่านอยู่แล้ว เพียงแต่อาจนอนหลับอย่างสงบเงียบจนคุณหลงลืมมันไป หรือบางท่านก็มีครบทุกข้อที่กล่าวด้านล่าง เพียงแต่ยังไม่มีใครบอกกับคุณเสียทีว่า คุณเป็นภรรยาที่ดีพร้อม

ถ้าเช่นนั้นแล้ว ลองมาติดตามดูกันไหมคะ ว่าคุณสมบัติใดบ้างที่เหล่าสามีเขาอยากได้จากภรรยาที่แสนดีข้าง ๆ ตัว

1. เป็นคนร่าเริง จิตใจดี ไม่พูดจาหยาบคายกับสามี คนในครอบครัว หรือเพื่อนบ้าน ใจเย็น มองโลกในแง่บวก พยายามทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว และมีมนุษยสัมพันธ์ดี ต้อนรับสามีเวลากลับบ้านด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร และรอยยิ้ม แทนการทำหน้าบูดบึ้ง ฟังเขาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างตั้งใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากวันนี้เป็นวันที่เขาไปเจอเรื่องราวแย่ ๆ มา

2. ปฏิบัติต่อสามีอย่างให้เกียรติ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักจะดูละครหลังข่าวตามสถานีต่าง ๆ เสมอ ก็ต้องขอเรียนว่า สิ่งที่สามีภรรยาในละครปฏิบัติต่อกันนั้นเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้เอาเสียเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของ "การให้เกียรติกัน" หากคุณต้องการให้คนอื่นให้เกียรติคุณ คุณเองก็ควรให้เกียรติคนอื่น ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะคนข้างกายอย่างสามี ไม่เฉพาะเวลาที่ออกไปข้างนอก แต่เวลาที่อยู่ในบ้านก็ควรให้เกียรติกันอย่างสม่ำเสมอ

3. สื่อสารเรื่องต่าง ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ หลังจากแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว ไม่ควรปิดบัง หรือเก็บความลับบางอย่างเอาไว้โดยไม่พูดคุยกัน เพราะนานวันไป สิ่งเหล่านั้นอาจกลายเป็นปัญหาได้ ในทางกลับกัน หากสามีต้องการเปิดอกคุยบ้าง ก็ควรฟังด้วยความตั้งใจ ที่สำคัญ ไม่ควรใช้วิธีบ่นว่าเพื่อให้เขาหันมาสนใจคุณเด็ดขาด

4.เป็นผู้สนับสนุนที่ดี สามีทุกคนต้องการการสนับสนุน และกำลังใจจากภรรยาที่เขาตัดสินใจแต่งงานด้วย โดยเฉพาะเวลาที่เขามีปัญหา ภรรยาที่ดีก็ควรให้ความรักกับสามีไม่ว่าในยามสุขหรือทุกข์ อีกทั้งไม่ควรพูดจาทำร้ายความรู้สึก หรือทำให้เขาเสียความเชื่อมั่น ยินดีในทุก ๆ ความสำเร็จของสามี และยกย่องเขาเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น หากคุณทำได้ ก็เชื่อว่าสามีก็จะเห็นความดีของคุณ และปฏิบัติต่อคุณเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี หากมีสิ่งใดที่คุณเป็นห่วง หรือไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของสามีก็ควรบอกเขาตามตรง ว่าคุณไม่เห็นด้วย

5. เลิกนิสัยเหน็บแนม ไม่มีใครชอบคนขี้เหน็บแนม โดยเฉพาะกลัับมาบ้านเจอภรรยาตัวเองเป็นคนแบบนั้นยิ่งไม่มีความสุขใหญ่ แต่ก็มีภรรยาจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า การทำแบบนั้นจะทำให้สามีของตนเองปฏิบัติตัวตามที่พวกเธอต้องการ ซึ่งในความเป็นจริง สามีก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การเหน็บแนมไม่เพียงแต่ไม่ให้ความเคารพกับเขา ยังสร้างรอยร้าวในความสัมพันธ์ของคุณสองคนได้เป็นอย่างดี

6. ให้เขามีเวลา - พื้นที่ของตัวเอง เพราะคุณเองก็อยากมีเวลา - พื้นที่ส่วนตัวเช่นกัน ดังนั้นหากเขาขอเวลาไปพบปะเพื่อน ครอบครัว หรือทำงานก็ควรทำความเข้าใจ และไม่เข้าไปก้าวก่ายจนเกินพอดี

7. ทำชีวิตบนเตียงให้มีความสุข เพราะอย่างน้อย สามีคุณก็คือผู้ชายคนหนึ่ง

8. วางแผนเซอร์ไพรส์เขาบ้าง ไม่จำเป็นต้องจัดเซอร์ไพรส์ใหญ่โตเปลืองสตางค์ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้เขาประหลาดใจได้

9. บอกให้เขารู้ว่าคุณรักเขา และเขามีความสำคัญต่อคุณแค่ไหน

10 ซื่อสัตย์ มั่นคง หนักแน่นต่อสิ่งต่าง ๆ ที่อาจเข้ามากระทบในชีวิตคู่

11.ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ


12. ดูแลบ้านให้ดี คำว่าบ้านในที่นี้ยังรวมถึงเรื่องของการบริหารเงินทอง การดูแลจัดการสิ่งต่าง ๆ ในบ้านให้ดีเสมอ หากจุดไหนมีปัญหาก็หาทางซ่อมแซม ปรับปรุงให้ดี

อ่านจบแล้ว ผู้ที่เป็นสามี - ภรรยาทั้งหลายมีความคิดเห็นอย่างไร คุณภรรยาคิดว่าข้อใดทำได้ยาก หรือคุณสามีอยากให้ข้อใดเป็นไปได้จริง ๆ ลองมาแสดงความคิดเห็นกันดูก็ได้ค่ะ ทีมงานขอน้อมรับทุกความคิดเห็นด้วยความขอบคุณค่ะ
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์